การเลือกบัตรเครดิตสำหรับใช้ในต่างประเทศ ไม่ได้ดูแค่เรื่องรูดผ่านเท่านั้น แต่ควรพิจารณาค่าธรรมเนียมการแปลงสกุลเงิน สิทธิประโยชน์ คะแนนสะสม เครดิตเงินคืน และประกันการเดินทาง หากเลือกบัตรให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ จะช่วยให้เที่ยวได้คุ้มและประหยัดมากขึ้น
1.บัตรเครดิตสายสะสมไมล์ เหมาะสำหรับผู้ที่เดินทางต่างประเทศบ่อย เพราะทุกยอดใช้จ่ายสามารถสะสมไมล์เพื่อแลกตั๋วเครื่องบินหรืออัปเกรดที่นั่งได้ อีกทั้งหลายบัตรยังมาพร้อมสิทธิ์เข้าเลานจ์สนามบินและประกันการเดินทาง
เหมาะกับ: นักเดินทางประจำ หรือผู้ที่บินต่างประเทศหลายครั้งต่อปี
2.บัตรเครดิตเครดิตเงินคืน (Cashback) ทุกยอดใช้จ่ายในต่างประเทศมีโอกาสได้รับเครดิตเงินคืน ช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย เหมาะกับคนที่ชอบเห็นผลตอบแทนกลับมาเป็นเงินโดยตรง
เหมาะกับ: นักช้อปและผู้ที่ใช้จ่ายผ่านบัตรเป็นประจำ
3.บัตรเครดิตไม่มีค่าธรรมเนียมรายปี เหมาะสำหรับผู้ที่เดินทางปีละ 1–2 ครั้ง ใช้งานง่าย ไม่ต้องกังวลเรื่องค่าธรรมเนียมรายปี และยังได้รับสิทธิประโยชน์พื้นฐานครบถ้วน
เหมาะกับ: นักท่องเที่ยวทั่วไป
4.บัตรเครดิตที่มีประกันการเดินทาง หลายบัตรให้ความคุ้มครองเมื่อชำระค่าตั๋วเครื่องบินผ่านบัตร เช่น คุ้มครองอุบัติเหตุ กระเป๋าเดินทางล่าช้า หรือเที่ยวบินล่าช้า ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการซื้อประกันเพิ่มเติม
เหมาะกับ: ผู้ที่เดินทางต่างประเทศเป็นประจำ
5.บัตรเครดิตที่มีโปรโมชันต่างประเทศ บางธนาคารมีส่วนลดร้านอาหาร โรงแรม ห้างสรรพสินค้า และ Duty Free รวมถึงโปรโมชันร่วมกับสายการบินและแพลตฟอร์มจองที่พัก ทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากขึ้น
เหมาะกับ: สายกิน สายช้อป และนักท่องเที่ยวที่ชอบใช้สิทธิพิเศษ
เคล็ดลับก่อนใช้บัตรเครดิตต่างประเทศ
- เลือกชำระเป็น สกุลเงินท้องถิ่น (Local Currency) ทุกครั้ง
- ตรวจสอบค่าธรรมเนียมการใช้จ่ายต่างประเทศของบัตร
- พกบัตรสำรองอย่างน้อย 2 ใบ
- เปิดแจ้งเตือนการใช้จ่ายผ่านแอปธนาคาร
ไม่มีบัตรเครดิตใบไหนที่เหมาะกับทุกคน หากเดินทางต่างประเทศบ่อย บัตรสะสมไมล์ จะคุ้มที่สุด แต่หากเน้นช้อปปิ้ง บัตร Cashback จะช่วยประหยัดได้มากกว่า สิ่งสำคัญคือเลือกบัตรที่ตรงกับพฤติกรรมการใช้จ่าย พร้อมตรวจสอบค่าธรรมเนียมและสิทธิประโยชน์ก่อนเดินทางทุกครั้ง.