เวลาทำการ
จันทร์ - ศุกร์ 08.30 น. - 17.30 น.
เบอร์โทรติดต่อ
ค้นหาโปรแกรมทัวร์

โปรไฟไหม้

No data was found

ทัวร์แนะนำ

No data was found

ทัวร์ยอดนิยม

No data was found

บทความท่องเที่ยว

บัตรเครดิตใบไหนใช้ต่างประเทศคุ้มที่สุด?

การเลือกบัตรเครดิตสำหรับใช้ในต่างประเทศ ไม่ได้ดูแค่เรื่องรูดผ่านเท่านั้น แต่ควรพิจารณาค่าธรรมเนียมการแปลงสกุลเงิน สิทธิประโยชน์ คะแนนสะสม เครดิตเงินคืน และประกันการเดินทาง หากเลือกบัตรให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ จะช่วยให้เที่ยวได้คุ้มและประหยัดมากขึ้น

1.บัตรเครดิตสายสะสมไมล์ เหมาะสำหรับผู้ที่เดินทางต่างประเทศบ่อย เพราะทุกยอดใช้จ่ายสามารถสะสมไมล์เพื่อแลกตั๋วเครื่องบินหรืออัปเกรดที่นั่งได้ อีกทั้งหลายบัตรยังมาพร้อมสิทธิ์เข้าเลานจ์สนามบินและประกันการเดินทาง

เหมาะกับ: นักเดินทางประจำ หรือผู้ที่บินต่างประเทศหลายครั้งต่อปี

2.บัตรเครดิตเครดิตเงินคืน (Cashback) ทุกยอดใช้จ่ายในต่างประเทศมีโอกาสได้รับเครดิตเงินคืน ช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย เหมาะกับคนที่ชอบเห็นผลตอบแทนกลับมาเป็นเงินโดยตรง

เหมาะกับ: นักช้อปและผู้ที่ใช้จ่ายผ่านบัตรเป็นประจำ

3.บัตรเครดิตไม่มีค่าธรรมเนียมรายปี เหมาะสำหรับผู้ที่เดินทางปีละ 1–2 ครั้ง ใช้งานง่าย ไม่ต้องกังวลเรื่องค่าธรรมเนียมรายปี และยังได้รับสิทธิประโยชน์พื้นฐานครบถ้วน

เหมาะกับ: นักท่องเที่ยวทั่วไป

4.บัตรเครดิตที่มีประกันการเดินทาง หลายบัตรให้ความคุ้มครองเมื่อชำระค่าตั๋วเครื่องบินผ่านบัตร เช่น คุ้มครองอุบัติเหตุ กระเป๋าเดินทางล่าช้า หรือเที่ยวบินล่าช้า ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการซื้อประกันเพิ่มเติม

เหมาะกับ: ผู้ที่เดินทางต่างประเทศเป็นประจำ

5.บัตรเครดิตที่มีโปรโมชันต่างประเทศ บางธนาคารมีส่วนลดร้านอาหาร โรงแรม ห้างสรรพสินค้า และ Duty Free รวมถึงโปรโมชันร่วมกับสายการบินและแพลตฟอร์มจองที่พัก ทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากขึ้น

เหมาะกับ: สายกิน สายช้อป และนักท่องเที่ยวที่ชอบใช้สิทธิพิเศษ

เคล็ดลับก่อนใช้บัตรเครดิตต่างประเทศ

  • เลือกชำระเป็น สกุลเงินท้องถิ่น (Local Currency) ทุกครั้ง
  • ตรวจสอบค่าธรรมเนียมการใช้จ่ายต่างประเทศของบัตร
  • พกบัตรสำรองอย่างน้อย 2 ใบ
  • เปิดแจ้งเตือนการใช้จ่ายผ่านแอปธนาคาร

ไม่มีบัตรเครดิตใบไหนที่เหมาะกับทุกคน หากเดินทางต่างประเทศบ่อย บัตรสะสมไมล์ จะคุ้มที่สุด แต่หากเน้นช้อปปิ้ง บัตร Cashback จะช่วยประหยัดได้มากกว่า สิ่งสำคัญคือเลือกบัตรที่ตรงกับพฤติกรรมการใช้จ่าย พร้อมตรวจสอบค่าธรรมเนียมและสิทธิประโยชน์ก่อนเดินทางทุกครั้ง.

อาหารเกาหลีต้นตำหรับ ที่ต้องลองเมื่อไปเกาหลี

อาหารเกาหลีแต่ละเมนูล้วนมีเรื่องราวและเอกลักษณ์เฉพาะตัว ตั้งแต่อาหารประจำวันไปจนถึงเมนูที่เสิร์ฟในโอกาสพิเศษ หากอยากสัมผัสรสชาติแบบต้นตำรับ นี่คือ 10 เมนูที่ไม่ควรพลาดเมื่อไปเกาหลีใต้

1.บิบิมบับ (Bibimbap)

เป็นเมนูข้าวคลุกสไตล์เกาหลีที่เสิร์ฟพร้อมผักหลากชนิด เนื้อสัตว์ ไข่ และซอสโคชูจังรสเข้มข้น ก่อนรับประทานต้องคลุกส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากัน จึงจะได้รสชาติที่กลมกล่อมและลงตัว เมนูนี้ถือเป็นหนึ่งในเมนูยอดนิยมที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาดเมื่อมาเยือนประเทศเกาหลีใต้

2.ซัมกยอบซัล (Samgyeopsal)

เมนูหมูสามชั้นย่างยอดนิยมของเกาหลี โดยนำหมูสดมาย่างบนเตาร้อนจนหอมกรุ่น แล้วรับประทานคู่กับผักสด กระเทียม พริก และน้ำจิ้มซัมจัง สามารถห่อเป็นคำด้วยผักกาดหอมเพื่อเพิ่มรสชาติและความอร่อย เป็นเมนูที่ชาวเกาหลีนิยมรับประทานร่วมกันในโอกาสสังสรรค์

3.ซัมกเยทัง (Samgyetang)

ไก่ตุ๋นโสมชื่อดังของเกาหลี ใช้ไก่ทั้งตัวสอดไส้ข้าวเหนียว โสม พุทราแดง และกระเทียม แล้วตุ๋นจนเนื้อนุ่มและน้ำซุปหอมหวาน นิยมรับประทานเพื่อบำรุงร่างกาย โดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อนตามความเชื่อว่าจะช่วยเติมพลังและคลายความอ่อนล้า

4.จับแช (Japchae)

วุ้นเส้นมันเทศผัดสไตล์เกาหลี ผัดรวมกับเนื้อสัตว์ เห็ด และผักหลากชนิด ปรุงรสด้วยซีอิ๊วและน้ำมันงา ให้รสชาติหวานเค็มกลมกล่อม เส้นเหนียวนุ่ม นิยมรับประทานในงานเฉลิมฉลองและเทศกาลสำคัญของชาวเกาหลี

5.ซุนดูบูจิเก (Sundubu-jjigae)

ซุปเต้าหู้อ่อนสไตล์เกาหลีที่มีรสชาติเผ็ดร้อนจากโคชูการูและโคชูจัง มักใส่อาหารทะเล หมู หรือเนื้อ พร้อมไข่สด เสิร์ฟในหม้อหินร้อนที่ยังเดือดปุด ๆ ให้รสชาติกลมกล่อมและช่วยเพิ่มความอบอุ่น เหมาะสำหรับรับประทานในวันที่อากาศเย็น

6.แนงมยอน (Naengmyeon)

บะหมี่เย็นต้นตำรับของเกาหลี เสิร์ฟพร้อมน้ำซุปเย็นจัดหรือซอสเผ็ดคลุกเคล้า นิยมใส่ไข่ต้ม แตงกวา ลูกแพร์เกาหลี และเนื้อวัวหั่นบาง ให้รสชาติสดชื่นและกลมกล่อม จึงเป็นเมนูยอดนิยมสำหรับรับประทานในช่วงฤดูร้อน

7.ทัคคาลบี (Dakgalbi)

เมนูไก่ผัดซอสโคชูจังรสเผ็ดหวาน นำไก่หมักมาผัดกับกะหล่ำปลี มันเทศ ต้นหอม และแป้งต๊อกบนกระทะร้อน รสชาติเข้มข้น หอมเครื่องเทศ นิยมรับประทานร่วมกันเป็นกลุ่ม และหลายร้านยังสามารถผัดข้าวต่อในกระทะหลังทานเสร็จได้อีกด้วย

8.บุลโกกิ (Bulgogi)

เนื้อวัวหมักซอสสไตล์เกาหลีที่มีรสหวานกลมกล่อมจากซีอิ๊ว น้ำตาล ลูกแพร์ และเครื่องปรุงต่าง ๆ ก่อนนำไปย่างหรือผัดจนหอม เนื้อนุ่มชุ่มฉ่ำ รับประทานคู่กับข้าวสวยหรือห่อผักสด ถือเป็นหนึ่งในเมนูขึ้นชื่อที่ได้รับความนิยมทั้งในเกาหลีและทั่วโลก

9.กัลบี (Galbi)

เป็นเมนูซี่โครงหมูหรือซี่โครงวัวหมักซอสสูตรเกาหลีที่ผสมซีอิ๊ว กระเทียม น้ำตาล และผลไม้ ก่อนนำไปย่างบนเตาจนหอม เนื้อนุ่มชุ่มฉ่ำ นิยมรับประทานคู่กับผักสด กิมจิ และน้ำจิ้มซัมจัง ถือเป็นอีกหนึ่งเมนูปิ้งย่างยอดนิยมที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาเยือนเกาหลี

10.คัลกุกซู (Kalguksu)

เป็นเมนูบะหมี่เส้นสดที่ตัดด้วยมือ เสิร์ฟในน้ำซุปร้อนที่เคี่ยวจากไก่ ปลาแอนโชวี หรือหอย ให้รสชาติกลมกล่อมและหอมละมุน มักรับประทานคู่กับกิมจิ ถือเป็นอาหารพื้นบ้านยอดนิยมที่ช่วยสร้างความอบอุ่น โดยเฉพาะในช่วงอากาศหนาว

10 เมืองโบราณจีน ที่เหมือนย้อนเวลา

ประเทศจีนเต็มไปด้วยเมืองโบราณที่ยังคงเสน่ห์และกลิ่นอายแห่งอดีตไว้ได้อย่างงดงาม แต่ละแห่งมีสถาปัตยกรรม วัฒนธรรม และเรื่องราวที่แตกต่างกัน ราวกับได้ย้อนเวลากลับไปในอดีต วันนี้เราขอพาไปรู้จักกับ 10 เมืองโบราณของจีนที่เหมือนหลุดย้อนเวลา แต่ละแห่งมีเอกลักษณ์และความงดงามที่แตกต่างกัน รับรองว่าต้องตกหลุมรักตั้งแต่ก้าวแรกที่ได้ไปเยือน

1.เมืองลี่เจียง (Lijiang)

เมืองโบราณชื่อดังในมณฑลยูนนาน เต็มไปด้วยบ้านไม้โบราณ ลำธารเล็ก ๆ และบรรยากาศสุดโรแมนติกยามค่ำคืน

2.เมืองโบราณเฟิ่งหวง (Fenghuang)

เมืองโบราณริมน้ำที่ได้ฉายาว่า “เมืองหงส์ฟ้า” โดดเด่นด้วยบ้านไม้ริมแม่น้ำและสะพานหินโบราณสุดคลาสสิก

3.เมืองโบราณผิงเหยา (Pingyao)

เมืองโบราณที่ยังคงกำแพงเมืองจีนยุคโบราณไว้อย่างสมบูรณ์ ให้บรรยากาศเหมือนย้อนกลับไปในสมัยราชวงศ์หมิง

4.เมืองโบราณต้าหลี่ (Dali)

เมืองเก่าท่ามกลางภูเขาและทะเลสาบเอ๋อร์ไห่ เต็มไปด้วยกลิ่นอายวัฒนธรรมชนเผ่าไป๋และวิวธรรมชาติสุดสวย

5.เมืองโบราณอูเจิ้น (Wuzhen)

เมืองโบราณสายน้ำชื่อดัง บ้านไม้โบราณเรียงรายริมคลอง บรรยากาศยามค่ำคืนสวยเหมือนในซีรีส์จีน

6.เมืองโจวจวง (Zhouzhuang)

หนึ่งในเมืองน้ำที่เก่าแก่ที่สุดของจีน มีสะพานหินและคลองสายเล็ก ๆ จนได้รับฉายา “เวนิสแห่งจีน”

7.เมืองแชงกรีล่า (Shangri-La)

เมืองบนที่ราบสูงในยูนนาน เต็มไปด้วยวัฒนธรรมทิเบต วัดเก่า และวิวภูเขาที่งดงามราวเทพนิยาย

8.เมืองถงหลี่ (Tongli)

เมืองน้ำโบราณเงียบสงบ โดดเด่นด้วยบ้านเก่าแก่และสะพานหินสไตล์จีนดั้งเดิม

9.เมืองโบราณซีถัง (Xitang)

เมืองโบราณริมคลองที่มีทางเดินหลังคาคลุมยาวสุดเอกลักษณ์ ให้บรรยากาศโรแมนติกและคลาสสิกมาก

10.เมืองโบราณหนานซุน (Nanxun)

เมืองน้ำโบราณที่ผสมผสานสถาปัตยกรรมจีนและยุโรปเข้าด้วยกันอย่างลงตัว เงียบสงบและมีเสน่ห์ไม่เหมือนใคร

4 ยุโรปที่สวยเหมือนหลุดออกมาจากนิยาย

1.ฮัลล์สตัทท์ ( Hallstatt ) ประเทศออสเตรีย

หมู่บ้านฮัลล์สตัทท์ ตั้งอยู่ในเมือง Salzkammergut ประเทศออสเตรีย เป็นหนึ่งในหมู่บ้านริมทะเลสาบสวยที่สุดในโลก ขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในสถานที่พักตากอากาศที่ดีที่สุดในออสเตรีย ด้วยภูมิประเทศที่ล้อมรอบด้วยภูเขาและทะเลสาบทำให้ภาพเหล่านั้นกลายเป็นโปสการ์ดยอดนิยมที่พร้อมจะส่งต่อความสวยงามไปทั่วโลก นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมรองรับนักท่องเที่ยวมากมาย ไม่ว่าจะเป็น การปีนเขา, ล่องเรือในทะเลสาบ, ปั่นจักยานน้ำ, เยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ หรือการเดินถ่ายถาพเที่ยวชมวิถีชิวิตของคนในหมู่บ้าน

2.กอลมาร์ ( Colmar ) ประเทศฝรั่งเศส

เมืองกอลมาร์ เป็นเมืองเล็กที่ตั้งอยู่ในแคว้นแกรนด์เอสต์ (Grand Est) หรือแคว้นอัลซาส (Alsace) ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศฝรั่งเศส ใกล้พรมแดนเยอรมนี เมืองนี้มีความสำคัญทั้งด้านประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรม และการท่องเที่ยว ด้วยเสน่ห์ของบ้านไม้สีสันสดใสที่เรียงรายตามคลอง และถนนหินที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายยุโรปยุคกลาง จึงได้รับฉายาว่า “เมืองในเทพนิยาย” หรือ “ลิตเติลเวนิสแห่งอัลซาส”

3.โรเธนเบิร์ก ออบ เดียร์ เทาเบอร์ ( Rothenburg ob der Tauber ) ประเทศเยอรมัน

เป็นเมืองยุคกลางในแคว้นบาวาเรีย ประเทศเยอรมนี ที่ยังคงรักษากำแพงเมือง หอคอย และอาคารโบราณไว้ได้อย่างสมบูรณ์ จนได้รับการขนานนามว่าเป็น “เมืองเทพนิยายแห่งเยอรมนี” ด้วยบรรยากาศอันแสนโรแมนติกและสถาปัตยกรรมที่สวยงามราวกับหลุดออกมาจากนิยาย ทำให้ที่นี่เป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก

4.เช็กกี้ครุมโลฟ ( Cesky Krumlov ) ประเทศเช็ก

เมืองมรดกโลกทางตอนใต้ของสาธารณรัฐเช็ก โดดเด่นด้วยปราสาทเก่าแก่ที่ตั้งอยู่เหนือแม่น้ำวัลตาวา ท่ามกลางบ้านเรือนหลังคาสีส้มและสถาปัตยกรรมยุคกลางอันงดงาม บรรยากาศโรแมนติกและเสน่ห์ของเมืองทำให้ที่นี่ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในเมืองเทพนิยายที่สวยที่สุดของยุโรป

ถนนช้อปปิ้งโตเกียวที่ดังที่สุด

TOKYO เป็นหนึ่งในเมืองที่ขึ้นชื่อเรื่อวการช้อปปิ้งมากที่สุดในโลก ไม่ว่าจะเป็นแฟชั่นวัยรุ่น แบรนด์หรู ของฝาก หรือสตรีทฟู้ดก็มีครบ นักท่องเที่ยวที่มาเยือนญี่ปุ่นมักไม่พลาดการเดินเล่นตามถนนช้อปปิ้งชื่อดังที่เต็มไปด้วยร้านค้า คาเฟ่ และบรรยากาศคึกคักตลอดทั้งวัน ถนนช้อปปิ้งที่ไม่ควรพลาด คือ

1. TAKESHITA STREET : ถนนแฟชั่นวัยรุ่นชื่ดัง ถนนสายเล็กในย่าน HARAJUKU ที่เต็มไปด้วยร้านเสื้อผ้าแฟชั่นสไตล์ญี่ปุ่น ร้านของน่ารัก ๆ และขนมยอดฮิตอย่างเครปญี่ปุ่น เป็นจุดรวมตัวของวัยรุ่นและสายถ่ายรูป

ที่มา : https://cotoacademy.com/takeshita-street/

2. GINZA : ย่านช้อปปิ้งสุดหรู ระดับไฮเอนด์ของโตเกียว เต็มไปด้วยแบรนด์เนมระดับโลก ห้างสรรพสินค้าหรู และร้านอาหารคุณภาพสูง เหมาะกับคนที่อยากสัมผัสบรรยากาศช้อปปิ้งแบบพรีเมียม

ที่มา : https://www.japan-experience.com/all-about-japan/tokyo/shopping-souvenirs/ginza-shopping

3. SHIBUYA CENTER-GAI : ถนนสุดคึกคักของวัยรุ่นตั้งอยู่ใกล้ SHIBUYA CROSSING เต็มไปด้วยร้านแฟชั่น ร้านอาหาร และร้านเกม เป็นย่านที่มีชีวิตชีวาทั้งกลางวันและกลางคืน

ที่มา : https://www.japan-insider.com/kanto/tokyo/shibuya-center-gai/

4. AMEYA – YOKOCHO : ตลาดของกินและของฝากยอดนิยม ตั้งอยู่ใกล้ UENO STATION เป็นตลาดที่มีร้านค้าหลากหลาย ทั้งเสื้อผ้า อาหารทะเล ขนม และของฝาก ที่ราคาค่อนข้างเป็นกันเองสุด ๆ

ที่มา : https://thegate12.com/spot/112

5. NAKAMISE STREET : ถนนของฝากแบบญี่ปุ่นดั้งเดิม ถนนเก่าแก่หน้าวัด SENSO-JI ในย่าน ASAKUSA เต็มไปด้วยร้านค้าขายของฝาก ขนมญี่ปุ่น และของที่ระลึกแบบดั้งเดิม

ที่มา : https://japantravel.navitime.com/en/area/jp/spot/02301-1300537/

หากมาเที่ยวโตเกียวและอยากช้อปปิ้งให้ครบทุกสไตล์ ไม่ว่าจะเป็นแฟชั่นวันรุ่น แบรนด์หรู หรือของฝากญี่ปุ่นดั้งเดิม ถือเป็นจุดหมายยอดนิยมที่สายช้อปไม่ควรพลาด

6 เกาะในเอเชียที่สวยเหมือนสวรรค์บนดิน

เอเชียมีเกาะระดับโลกหลายแห่งที่ขึ้นชื่อเรื่องน้ำทะเลสีฟ้าใส หาดทรายขาว และธรรมชาติที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์ เหมาะสำหรับการพักผ่อน ดำน้ำ หรือฮันนีมูน

1. BORACAY – PHILIPPINES : เกาะชื่อดังที่มีหาดทรายขาวละเอียดและนำทะเลสรฟ้าใส โดยเฉพาะ WHITE BEACH ที่สวยติดอันดับโลก เหมาะกับการพักผ่อน เล่นน้ำ และชมพระอาทิตย์ตก

ที่มา : https://www.kkday.com/th/blog/10007/things-to-do-in-boracay-philippines?srsltid=AfmBOop3w5haJQIn16jR4opOhvNmx2b-L_YBztLwyGMdSTYQ-DdlMTqY

2. BALI – INDONESIA : เกาะยอดนิยมที่มีทั้งทะเล วัฒนธรรม และธรรมชาติสวยงาม มีชายหาดสวย วัดฮินดูริมทะเล และคาเฟ่วิวทะเลที่โด่งดัง

ที่มา : https://www.anywhere.com/indonesia/regions/bali

3. PHU QUOC – VIETNAM : เกาะสวรรค์แห่งเวียดนามที่กำลังได้รับความนิยม น้ำทะเลใส หาดทรายขาว และรีสอร์ทหรูหลายแห่งเหมาะกับการพักผ่อนแบบชิว ๆ

ที่มา : https://theinvestor.vn/pearl-island-phu-quoc-named-most-affordable-tropical-destination-d10211.html

4. JEJU ISLAND – SOUTH KOREA : เกาะภูเขาไฟที่มีธรรมชาติสวยงามทั้งหน้าผา ริมทะเล น้ำตก และทุ่งดอกไม้ พร้อมบรรยากาศโรแมนติกที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวตลอดปี

ที่มา : https://www.travelanddestinations.com/unmissable-experiences-visiting-jeju-island/

5. LANGKAWI – MALAYSIA : หมู่เกาะที่ขึ้นชื่อเรื่องชายหาดสวย น้ำทะเลใส และธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ ไฮไลท์ คือ กระเช้าลอยฟ้าและสะพานลอยฟ้าเหนือภูเขา

ที่มา : https://www.traveloka.com/th-th/activities/malaysia/product/langkawi-skycab-cable-car-8543262614274

6. MALDIVES – MALDIVES : หนึ่งในจุดหมายปลายทางทะเลที่สวยที่สุดในโลกโดดเด่นด้วยวิลล่ากลางน้ำ น้ำทะเลสีฟ้าใส และแนวปะการังที่เหมาะกับการดำน้ำ

ที่มา : https://www.afar.com/travel-guides/maldives/guide

หากคุณต้องการท่องเที่ยวทะเล สถานที่ข้างต้นเป็นที่ที่เมื่อคุณได้ไปสัมผัสจะไม่รู้สึกผิดหวังแน่นอน

OUR CLIENTS

ดีไซน์ที่ยังไม่ได้ตั้งชื่อ
11
9
8
7
6
5
4
3
2
ดูเพิ่มเติม
จองผ่านไลน์
ติดต่อข่าวสารโปรโมชั่นทัวร์

@maxtravelgroup