เวลาทำการ
จันทร์ - ศุกร์ 08.30 น. - 17.30 น.
เบอร์โทรติดต่อ
ค้นหาโปรแกรมทัวร์

โปรไฟไหม้

No data was found

ทัวร์แนะนำ

No data was found

ทัวร์ยอดนิยม

No data was found

บทความท่องเที่ยว

12 เดือน 12 จุดหมายปลายทาง เที่ยวช่วงไหนดีที่สุด?

1.เดือนมกราคม ( January ) – ประเทศฟินแลนด์ ( Finland )

เดือนมกราคมเป็นช่วงฤดูหนาวที่สวยที่สุดของฟินแลนด์ มีหิมะปกคลุมทั่วทั้งประเทศ เหมาะสำหรับ การล่าแสงเหนือ (Aurora Borealis) ที่แลปแลนด์ พร้อม เยือนหมู่บ้านซานตาคลอส เมืองโรวาเนียมิ สัมผัสบรรยากาศดินแดนแห่งคริสต์มาสและกิจกรรมฤดูหนาวที่น่าประทับใจ

2.เดือนกุมภาพันธ์ ( Febuary ) – ประเทศญี่ปุ่น ( Japan )

เดือนกุมภาพันธ์เป็นช่วงที่ญี่ปุ่นปกคลุมไปด้วยหิมะ เหมาะสำหรับการเที่ยวชม เทศกาลหิมะซัปโปโร (Sapporo Snow Festival) ที่จัดแสดงประติมากรรมหิมะและน้ำแข็งขนาดยักษ์ พร้อมสนุกกับการเล่นสกีและสโนว์บอร์ดตามรีสอร์ตชื่อดังในฮอกไกโด ท่ามกลางบรรยากาศฤดูหนาวที่สวยงามและโรแมนติก

3.เดือนมีนาคม ( March ) – ประเทศเกาหลีใต้ ( Korea )

เดือนมีนาคมเป็นช่วงเริ่มต้นฤดูใบไม้ผลิของเกาหลีใต้ อากาศเย็นสบายและดอกไม้เริ่มผลิบาน เหมาะกับการชมซากุระในสถานที่ยอดนิยม เช่น ทะเลสาบซอกชน (Seokchon Lake), สวนสาธารณะยออีโด (Yeouido Park) ในกรุงโซล และ เมืองจินแฮ (Jinhae) ซึ่งเป็นสถานที่จัดเทศกาลซากุระที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ บรรยากาศเต็มไปด้วยสีชมพูสวยงาม เหมาะสำหรับการถ่ายรูปและพักผ่อน

4.เดือนเมษายน ( April ) – ประเทศเกาหลีใต้ ( Korea )

เดือนเมษายนเป็นช่วงที่ดอกซากุระบานสะพรั่งทั่วประเทศ ถือเป็นช่วงเวลาที่สวยงามและได้รับความนิยมมากที่สุดในการท่องเที่ยวญี่ปุ่น เหมาะสำหรับการชมซากุระตามสถานที่ชื่อดัง เช่น สวนอุเอโนะ (Ueno Park) และ แม่น้ำเมกุโระ (Meguro River) ในกรุงโตเกียว, สวนมารุยามะ (Maruyama Park) เมืองเกียวโต และ ปราสาทฮิเมจิ (Himeji Castle) ที่มีฉากหลังเป็นซากุระบานงดงามราวกับภาพวาด

5.เดือนพฤษภาคม ( May ) – ประเทศตุรกี ( Türkiye )

เดือนพฤษภาคมเป็นช่วงที่อากาศเย็นสบาย ท้องฟ้าแจ่มใส เหมาะที่สุดสำหรับการชมบอลลูนลมร้อนเหนือ คัปปาโดเกีย (Cappadocia) ที่มีภูมิประเทศหินรูปทรงแปลกตาเป็นเอกลักษณ์ นอกจากนี้ยังสามารถเที่ยว พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งเกอเรเม (Göreme Open-Air Museum), หุบเขาเลิฟวัลเลย์ (Love Valley) และ ปราสาทอูชิซาร์ (Uçhisar Castle) เพื่อสัมผัสเสน่ห์ของดินแดนมหัศจรรย์แห่งตุรกี

6.เดือนมิถุนายน ( June ) – ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ( Switzerland )

เดือนมิถุนายนเป็นช่วงต้นฤดูร้อนที่สวิตเซอร์แลนด์ อากาศเย็นสบาย ทุ่งหญ้าเขียวขจีและดอกไม้อัลไพน์เริ่มผลิบาน ท่ามกลางวิวเทือกเขาแอลป์อันงดงาม เหมาะสำหรับการเที่ยวชม ยอดเขาจุงเฟรา (Jungfraujoch), เมืองอินเทอร์ลาเคน (Interlaken), เมืองเซอร์แมท (Zermatt) พร้อมชมยอดเขาแมทเทอร์ฮอร์น และล่องเรือชมความงามของ ทะเลสาบลูเซิร์น (Lake Lucerne)

7.เดือนกรกฎาคม ( July ) – ประเทศฝรั่งเศส ( France )

เดือนกรกฎาคมเป็นช่วงที่ทุ่งลาเวนเดอร์ในแคว้น โพรวองซ์ (Provence) บานสะพรั่งเต็มที่ แต่งแต้มท้องทุ่งด้วยสีม่วงสวยงามสุดสายตา พร้อมกลิ่นหอมอ่อน ๆ ที่เป็นเอกลักษณ์ เหมาะสำหรับการเที่ยวชม ทุ่งลาเวนเดอร์วาล็องโซล (Valensole Plateau), หมู่บ้านกอร์ด (Gordes) และ อารามแซนองก์ (Abbaye de Sénanque) ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดถ่ายภาพลาเวนเดอร์ที่สวยที่สุดของฝรั่งเศส

8.เดือนสิงหาคม ( August ) – ประเทศนิวซีแลนด์ ( New Zealand )

เดือนสิงหาคมเป็นช่วงฤดูหนาวของนิวซีแลนด์ อากาศหนาวเย็นและภูเขาหลายแห่งปกคลุมด้วยหิมะขาวโพลน เหมาะสำหรับการเล่นสกี ชมวิวธรรมชาติ และสัมผัสบรรยากาศอันเงียบสงบ สามารถเที่ยว ควีนส์ทาวน์ (Queenstown) เมืองแห่งการผจญภัย, อุทยานแห่งชาติเมาท์คุก (Aoraki / Mount Cook National Park) และ ทะเลสาบเทคาโป (Lake Tekapo) ที่ขึ้นชื่อเรื่องวิวภูเขาหิมะและท้องฟ้ายามค่ำคืนอันงดงาม

9.เดือนกันยายน ( September ) – ประเทศจีน ( China )

เดือนกันยายนเป็นช่วงต้นฤดูใบไม้ร่วงของจีน อากาศเย็นสบาย เหมาะสำหรับการท่องเที่ยวเมืองโบราณและอุทยานธรรมชาติที่มีทิวทัศน์งดงาม สามารถเยี่ยมชม เมืองโบราณลี่เจียง (Lijiang Old Town), เมืองโบราณเฟิ่งหวง (Fenghuang Ancient Town), อุทยานแห่งชาติจิ่วจ้ายโกว (Jiuzhaigou National Park) และ อุทยานแห่งชาติจางเจียเจี้ย (Zhangjiajie National Forest Park) ที่โดดเด่นด้วยภูเขาหินทรายและธรรมชาติอันน่าตื่นตาตื่นใจ

10.เดือนตุลาคม ( October ) – ประเทศแคนนาดา ( Canada )

เดือนตุลาคมเป็นช่วงที่ใบไม้เปลี่ยนสีสวยที่สุดของแคนาดา ป่าไม้และภูเขาถูกแต่งแต้มด้วยสีแดง ส้ม และเหลือง สร้างทิวทัศน์อันงดงาม เหมาะสำหรับการเที่ยวชม อุทยานแห่งชาติอัลกอนควิน (Algonquin Provincial Park), อุทยานแห่งชาติแบนฟ์ (Banff National Park), ทะเลสาบหลุยส์ (Lake Louise) และ เส้นทางคาบอต (Cabot Trail) ซึ่งเป็นจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่มีชื่อเสียงระดับโลก

11.เดือนพฤศจิกายน ( November ) – ประเทศเยอรมนี ( Germany )

เดือนพฤศจิกายนเป็นช่วงที่หลายเมืองในเยอรมนีเริ่มเปิด ตลาดคริสต์มาส (Christmas Market) ต้อนรับเทศกาลแห่งความสุข บรรยากาศเต็มไปด้วยแสงไฟ การตกแต่งสุดอบอุ่น และร้านขายของพื้นเมือง เหมาะสำหรับการเที่ยวชม นูเรมเบิร์ก (Nuremberg), มิวนิก (Munich), โคโลญ (Cologne) และ เดรสเดน (Dresden) ซึ่งมีตลาดคริสต์มาสเก่าแก่และสวยงามที่สุดของประเทศ

12.เดือนธันวาคม ( December ) – ประเทศออสเตรีย ( Austria )

เดือนธันวาคมเป็นช่วงที่ออสเตรียอบอวลไปด้วยบรรยากาศแห่งเทศกาลคริสต์มาส เมืองต่าง ๆ ประดับประดาด้วยแสงไฟและตลาดคริสต์มาสสุดคลาสสิก ท่ามกลางหิมะสีขาวสุดโรแมนติก แนะนำเที่ยว หมู่บ้านฮัลล์สตัทท์ (Hallstatt), พระราชวังเชินบรุนน์ (Schönbrunn Palace) และ ตลาดคริสต์มาสกรุงเวียนนา (Vienna Christmas Market) เพื่อสัมผัสเสน่ห์ของฤดูหนาวในยุโรปอย่างเต็มอิ่ม

บัตรเครดิตใบไหนใช้ต่างประเทศคุ้มที่สุด?

การเลือกบัตรเครดิตสำหรับใช้ในต่างประเทศ ไม่ได้ดูแค่เรื่องรูดผ่านเท่านั้น แต่ควรพิจารณาค่าธรรมเนียมการแปลงสกุลเงิน สิทธิประโยชน์ คะแนนสะสม เครดิตเงินคืน และประกันการเดินทาง หากเลือกบัตรให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ จะช่วยให้เที่ยวได้คุ้มและประหยัดมากขึ้น

1.บัตรเครดิตสายสะสมไมล์ เหมาะสำหรับผู้ที่เดินทางต่างประเทศบ่อย เพราะทุกยอดใช้จ่ายสามารถสะสมไมล์เพื่อแลกตั๋วเครื่องบินหรืออัปเกรดที่นั่งได้ อีกทั้งหลายบัตรยังมาพร้อมสิทธิ์เข้าเลานจ์สนามบินและประกันการเดินทาง

เหมาะกับ: นักเดินทางประจำ หรือผู้ที่บินต่างประเทศหลายครั้งต่อปี

2.บัตรเครดิตเครดิตเงินคืน (Cashback) ทุกยอดใช้จ่ายในต่างประเทศมีโอกาสได้รับเครดิตเงินคืน ช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย เหมาะกับคนที่ชอบเห็นผลตอบแทนกลับมาเป็นเงินโดยตรง

เหมาะกับ: นักช้อปและผู้ที่ใช้จ่ายผ่านบัตรเป็นประจำ

3.บัตรเครดิตไม่มีค่าธรรมเนียมรายปี เหมาะสำหรับผู้ที่เดินทางปีละ 1–2 ครั้ง ใช้งานง่าย ไม่ต้องกังวลเรื่องค่าธรรมเนียมรายปี และยังได้รับสิทธิประโยชน์พื้นฐานครบถ้วน

เหมาะกับ: นักท่องเที่ยวทั่วไป

4.บัตรเครดิตที่มีประกันการเดินทาง หลายบัตรให้ความคุ้มครองเมื่อชำระค่าตั๋วเครื่องบินผ่านบัตร เช่น คุ้มครองอุบัติเหตุ กระเป๋าเดินทางล่าช้า หรือเที่ยวบินล่าช้า ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการซื้อประกันเพิ่มเติม

เหมาะกับ: ผู้ที่เดินทางต่างประเทศเป็นประจำ

5.บัตรเครดิตที่มีโปรโมชันต่างประเทศ บางธนาคารมีส่วนลดร้านอาหาร โรงแรม ห้างสรรพสินค้า และ Duty Free รวมถึงโปรโมชันร่วมกับสายการบินและแพลตฟอร์มจองที่พัก ทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากขึ้น

เหมาะกับ: สายกิน สายช้อป และนักท่องเที่ยวที่ชอบใช้สิทธิพิเศษ

เคล็ดลับก่อนใช้บัตรเครดิตต่างประเทศ

  • เลือกชำระเป็น สกุลเงินท้องถิ่น (Local Currency) ทุกครั้ง
  • ตรวจสอบค่าธรรมเนียมการใช้จ่ายต่างประเทศของบัตร
  • พกบัตรสำรองอย่างน้อย 2 ใบ
  • เปิดแจ้งเตือนการใช้จ่ายผ่านแอปธนาคาร

ไม่มีบัตรเครดิตใบไหนที่เหมาะกับทุกคน หากเดินทางต่างประเทศบ่อย บัตรสะสมไมล์ จะคุ้มที่สุด แต่หากเน้นช้อปปิ้ง บัตร Cashback จะช่วยประหยัดได้มากกว่า สิ่งสำคัญคือเลือกบัตรที่ตรงกับพฤติกรรมการใช้จ่าย พร้อมตรวจสอบค่าธรรมเนียมและสิทธิประโยชน์ก่อนเดินทางทุกครั้ง.

อาหารเกาหลีต้นตำหรับ ที่ต้องลองเมื่อไปเกาหลี

อาหารเกาหลีแต่ละเมนูล้วนมีเรื่องราวและเอกลักษณ์เฉพาะตัว ตั้งแต่อาหารประจำวันไปจนถึงเมนูที่เสิร์ฟในโอกาสพิเศษ หากอยากสัมผัสรสชาติแบบต้นตำรับ นี่คือ 10 เมนูที่ไม่ควรพลาดเมื่อไปเกาหลีใต้

1.บิบิมบับ (Bibimbap)

เป็นเมนูข้าวคลุกสไตล์เกาหลีที่เสิร์ฟพร้อมผักหลากชนิด เนื้อสัตว์ ไข่ และซอสโคชูจังรสเข้มข้น ก่อนรับประทานต้องคลุกส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากัน จึงจะได้รสชาติที่กลมกล่อมและลงตัว เมนูนี้ถือเป็นหนึ่งในเมนูยอดนิยมที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาดเมื่อมาเยือนประเทศเกาหลีใต้

2.ซัมกยอบซัล (Samgyeopsal)

เมนูหมูสามชั้นย่างยอดนิยมของเกาหลี โดยนำหมูสดมาย่างบนเตาร้อนจนหอมกรุ่น แล้วรับประทานคู่กับผักสด กระเทียม พริก และน้ำจิ้มซัมจัง สามารถห่อเป็นคำด้วยผักกาดหอมเพื่อเพิ่มรสชาติและความอร่อย เป็นเมนูที่ชาวเกาหลีนิยมรับประทานร่วมกันในโอกาสสังสรรค์

3.ซัมกเยทัง (Samgyetang)

ไก่ตุ๋นโสมชื่อดังของเกาหลี ใช้ไก่ทั้งตัวสอดไส้ข้าวเหนียว โสม พุทราแดง และกระเทียม แล้วตุ๋นจนเนื้อนุ่มและน้ำซุปหอมหวาน นิยมรับประทานเพื่อบำรุงร่างกาย โดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อนตามความเชื่อว่าจะช่วยเติมพลังและคลายความอ่อนล้า

4.จับแช (Japchae)

วุ้นเส้นมันเทศผัดสไตล์เกาหลี ผัดรวมกับเนื้อสัตว์ เห็ด และผักหลากชนิด ปรุงรสด้วยซีอิ๊วและน้ำมันงา ให้รสชาติหวานเค็มกลมกล่อม เส้นเหนียวนุ่ม นิยมรับประทานในงานเฉลิมฉลองและเทศกาลสำคัญของชาวเกาหลี

5.ซุนดูบูจิเก (Sundubu-jjigae)

ซุปเต้าหู้อ่อนสไตล์เกาหลีที่มีรสชาติเผ็ดร้อนจากโคชูการูและโคชูจัง มักใส่อาหารทะเล หมู หรือเนื้อ พร้อมไข่สด เสิร์ฟในหม้อหินร้อนที่ยังเดือดปุด ๆ ให้รสชาติกลมกล่อมและช่วยเพิ่มความอบอุ่น เหมาะสำหรับรับประทานในวันที่อากาศเย็น

6.แนงมยอน (Naengmyeon)

บะหมี่เย็นต้นตำรับของเกาหลี เสิร์ฟพร้อมน้ำซุปเย็นจัดหรือซอสเผ็ดคลุกเคล้า นิยมใส่ไข่ต้ม แตงกวา ลูกแพร์เกาหลี และเนื้อวัวหั่นบาง ให้รสชาติสดชื่นและกลมกล่อม จึงเป็นเมนูยอดนิยมสำหรับรับประทานในช่วงฤดูร้อน

7.ทัคคาลบี (Dakgalbi)

เมนูไก่ผัดซอสโคชูจังรสเผ็ดหวาน นำไก่หมักมาผัดกับกะหล่ำปลี มันเทศ ต้นหอม และแป้งต๊อกบนกระทะร้อน รสชาติเข้มข้น หอมเครื่องเทศ นิยมรับประทานร่วมกันเป็นกลุ่ม และหลายร้านยังสามารถผัดข้าวต่อในกระทะหลังทานเสร็จได้อีกด้วย

8.บุลโกกิ (Bulgogi)

เนื้อวัวหมักซอสสไตล์เกาหลีที่มีรสหวานกลมกล่อมจากซีอิ๊ว น้ำตาล ลูกแพร์ และเครื่องปรุงต่าง ๆ ก่อนนำไปย่างหรือผัดจนหอม เนื้อนุ่มชุ่มฉ่ำ รับประทานคู่กับข้าวสวยหรือห่อผักสด ถือเป็นหนึ่งในเมนูขึ้นชื่อที่ได้รับความนิยมทั้งในเกาหลีและทั่วโลก

9.กัลบี (Galbi)

เป็นเมนูซี่โครงหมูหรือซี่โครงวัวหมักซอสสูตรเกาหลีที่ผสมซีอิ๊ว กระเทียม น้ำตาล และผลไม้ ก่อนนำไปย่างบนเตาจนหอม เนื้อนุ่มชุ่มฉ่ำ นิยมรับประทานคู่กับผักสด กิมจิ และน้ำจิ้มซัมจัง ถือเป็นอีกหนึ่งเมนูปิ้งย่างยอดนิยมที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาเยือนเกาหลี

10.คัลกุกซู (Kalguksu)

เป็นเมนูบะหมี่เส้นสดที่ตัดด้วยมือ เสิร์ฟในน้ำซุปร้อนที่เคี่ยวจากไก่ ปลาแอนโชวี หรือหอย ให้รสชาติกลมกล่อมและหอมละมุน มักรับประทานคู่กับกิมจิ ถือเป็นอาหารพื้นบ้านยอดนิยมที่ช่วยสร้างความอบอุ่น โดยเฉพาะในช่วงอากาศหนาว

10 เมืองโบราณจีน ที่เหมือนย้อนเวลา

ประเทศจีนเต็มไปด้วยเมืองโบราณที่ยังคงเสน่ห์และกลิ่นอายแห่งอดีตไว้ได้อย่างงดงาม แต่ละแห่งมีสถาปัตยกรรม วัฒนธรรม และเรื่องราวที่แตกต่างกัน ราวกับได้ย้อนเวลากลับไปในอดีต วันนี้เราขอพาไปรู้จักกับ 10 เมืองโบราณของจีนที่เหมือนหลุดย้อนเวลา แต่ละแห่งมีเอกลักษณ์และความงดงามที่แตกต่างกัน รับรองว่าต้องตกหลุมรักตั้งแต่ก้าวแรกที่ได้ไปเยือน

1.เมืองลี่เจียง (Lijiang)

เมืองโบราณชื่อดังในมณฑลยูนนาน เต็มไปด้วยบ้านไม้โบราณ ลำธารเล็ก ๆ และบรรยากาศสุดโรแมนติกยามค่ำคืน

2.เมืองโบราณเฟิ่งหวง (Fenghuang)

เมืองโบราณริมน้ำที่ได้ฉายาว่า “เมืองหงส์ฟ้า” โดดเด่นด้วยบ้านไม้ริมแม่น้ำและสะพานหินโบราณสุดคลาสสิก

3.เมืองโบราณผิงเหยา (Pingyao)

เมืองโบราณที่ยังคงกำแพงเมืองจีนยุคโบราณไว้อย่างสมบูรณ์ ให้บรรยากาศเหมือนย้อนกลับไปในสมัยราชวงศ์หมิง

4.เมืองโบราณต้าหลี่ (Dali)

เมืองเก่าท่ามกลางภูเขาและทะเลสาบเอ๋อร์ไห่ เต็มไปด้วยกลิ่นอายวัฒนธรรมชนเผ่าไป๋และวิวธรรมชาติสุดสวย

5.เมืองโบราณอูเจิ้น (Wuzhen)

เมืองโบราณสายน้ำชื่อดัง บ้านไม้โบราณเรียงรายริมคลอง บรรยากาศยามค่ำคืนสวยเหมือนในซีรีส์จีน

6.เมืองโจวจวง (Zhouzhuang)

หนึ่งในเมืองน้ำที่เก่าแก่ที่สุดของจีน มีสะพานหินและคลองสายเล็ก ๆ จนได้รับฉายา “เวนิสแห่งจีน”

7.เมืองแชงกรีล่า (Shangri-La)

เมืองบนที่ราบสูงในยูนนาน เต็มไปด้วยวัฒนธรรมทิเบต วัดเก่า และวิวภูเขาที่งดงามราวเทพนิยาย

8.เมืองถงหลี่ (Tongli)

เมืองน้ำโบราณเงียบสงบ โดดเด่นด้วยบ้านเก่าแก่และสะพานหินสไตล์จีนดั้งเดิม

9.เมืองโบราณซีถัง (Xitang)

เมืองโบราณริมคลองที่มีทางเดินหลังคาคลุมยาวสุดเอกลักษณ์ ให้บรรยากาศโรแมนติกและคลาสสิกมาก

10.เมืองโบราณหนานซุน (Nanxun)

เมืองน้ำโบราณที่ผสมผสานสถาปัตยกรรมจีนและยุโรปเข้าด้วยกันอย่างลงตัว เงียบสงบและมีเสน่ห์ไม่เหมือนใคร

4 ยุโรปที่สวยเหมือนหลุดออกมาจากนิยาย

1.ฮัลล์สตัทท์ ( Hallstatt ) ประเทศออสเตรีย

หมู่บ้านฮัลล์สตัทท์ ตั้งอยู่ในเมือง Salzkammergut ประเทศออสเตรีย เป็นหนึ่งในหมู่บ้านริมทะเลสาบสวยที่สุดในโลก ขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในสถานที่พักตากอากาศที่ดีที่สุดในออสเตรีย ด้วยภูมิประเทศที่ล้อมรอบด้วยภูเขาและทะเลสาบทำให้ภาพเหล่านั้นกลายเป็นโปสการ์ดยอดนิยมที่พร้อมจะส่งต่อความสวยงามไปทั่วโลก นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมรองรับนักท่องเที่ยวมากมาย ไม่ว่าจะเป็น การปีนเขา, ล่องเรือในทะเลสาบ, ปั่นจักยานน้ำ, เยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ หรือการเดินถ่ายถาพเที่ยวชมวิถีชิวิตของคนในหมู่บ้าน

2.กอลมาร์ ( Colmar ) ประเทศฝรั่งเศส

เมืองกอลมาร์ เป็นเมืองเล็กที่ตั้งอยู่ในแคว้นแกรนด์เอสต์ (Grand Est) หรือแคว้นอัลซาส (Alsace) ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศฝรั่งเศส ใกล้พรมแดนเยอรมนี เมืองนี้มีความสำคัญทั้งด้านประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรม และการท่องเที่ยว ด้วยเสน่ห์ของบ้านไม้สีสันสดใสที่เรียงรายตามคลอง และถนนหินที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายยุโรปยุคกลาง จึงได้รับฉายาว่า “เมืองในเทพนิยาย” หรือ “ลิตเติลเวนิสแห่งอัลซาส”

3.โรเธนเบิร์ก ออบ เดียร์ เทาเบอร์ ( Rothenburg ob der Tauber ) ประเทศเยอรมัน

เป็นเมืองยุคกลางในแคว้นบาวาเรีย ประเทศเยอรมนี ที่ยังคงรักษากำแพงเมือง หอคอย และอาคารโบราณไว้ได้อย่างสมบูรณ์ จนได้รับการขนานนามว่าเป็น “เมืองเทพนิยายแห่งเยอรมนี” ด้วยบรรยากาศอันแสนโรแมนติกและสถาปัตยกรรมที่สวยงามราวกับหลุดออกมาจากนิยาย ทำให้ที่นี่เป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก

4.เช็กกี้ครุมโลฟ ( Cesky Krumlov ) ประเทศเช็ก

เมืองมรดกโลกทางตอนใต้ของสาธารณรัฐเช็ก โดดเด่นด้วยปราสาทเก่าแก่ที่ตั้งอยู่เหนือแม่น้ำวัลตาวา ท่ามกลางบ้านเรือนหลังคาสีส้มและสถาปัตยกรรมยุคกลางอันงดงาม บรรยากาศโรแมนติกและเสน่ห์ของเมืองทำให้ที่นี่ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในเมืองเทพนิยายที่สวยที่สุดของยุโรป

ถนนช้อปปิ้งโตเกียวที่ดังที่สุด

TOKYO เป็นหนึ่งในเมืองที่ขึ้นชื่อเรื่อวการช้อปปิ้งมากที่สุดในโลก ไม่ว่าจะเป็นแฟชั่นวัยรุ่น แบรนด์หรู ของฝาก หรือสตรีทฟู้ดก็มีครบ นักท่องเที่ยวที่มาเยือนญี่ปุ่นมักไม่พลาดการเดินเล่นตามถนนช้อปปิ้งชื่อดังที่เต็มไปด้วยร้านค้า คาเฟ่ และบรรยากาศคึกคักตลอดทั้งวัน ถนนช้อปปิ้งที่ไม่ควรพลาด คือ

1. TAKESHITA STREET : ถนนแฟชั่นวัยรุ่นชื่ดัง ถนนสายเล็กในย่าน HARAJUKU ที่เต็มไปด้วยร้านเสื้อผ้าแฟชั่นสไตล์ญี่ปุ่น ร้านของน่ารัก ๆ และขนมยอดฮิตอย่างเครปญี่ปุ่น เป็นจุดรวมตัวของวัยรุ่นและสายถ่ายรูป

ที่มา : https://cotoacademy.com/takeshita-street/

2. GINZA : ย่านช้อปปิ้งสุดหรู ระดับไฮเอนด์ของโตเกียว เต็มไปด้วยแบรนด์เนมระดับโลก ห้างสรรพสินค้าหรู และร้านอาหารคุณภาพสูง เหมาะกับคนที่อยากสัมผัสบรรยากาศช้อปปิ้งแบบพรีเมียม

ที่มา : https://www.japan-experience.com/all-about-japan/tokyo/shopping-souvenirs/ginza-shopping

3. SHIBUYA CENTER-GAI : ถนนสุดคึกคักของวัยรุ่นตั้งอยู่ใกล้ SHIBUYA CROSSING เต็มไปด้วยร้านแฟชั่น ร้านอาหาร และร้านเกม เป็นย่านที่มีชีวิตชีวาทั้งกลางวันและกลางคืน

ที่มา : https://www.japan-insider.com/kanto/tokyo/shibuya-center-gai/

4. AMEYA – YOKOCHO : ตลาดของกินและของฝากยอดนิยม ตั้งอยู่ใกล้ UENO STATION เป็นตลาดที่มีร้านค้าหลากหลาย ทั้งเสื้อผ้า อาหารทะเล ขนม และของฝาก ที่ราคาค่อนข้างเป็นกันเองสุด ๆ

ที่มา : https://thegate12.com/spot/112

5. NAKAMISE STREET : ถนนของฝากแบบญี่ปุ่นดั้งเดิม ถนนเก่าแก่หน้าวัด SENSO-JI ในย่าน ASAKUSA เต็มไปด้วยร้านค้าขายของฝาก ขนมญี่ปุ่น และของที่ระลึกแบบดั้งเดิม

ที่มา : https://japantravel.navitime.com/en/area/jp/spot/02301-1300537/

หากมาเที่ยวโตเกียวและอยากช้อปปิ้งให้ครบทุกสไตล์ ไม่ว่าจะเป็นแฟชั่นวันรุ่น แบรนด์หรู หรือของฝากญี่ปุ่นดั้งเดิม ถือเป็นจุดหมายยอดนิยมที่สายช้อปไม่ควรพลาด

OUR CLIENTS

ดีไซน์ที่ยังไม่ได้ตั้งชื่อ
11
9
8
7
6
5
4
3
2
ดูเพิ่มเติม
จองผ่านไลน์
ติดต่อข่าวสารโปรโมชั่นทัวร์

@maxtravelgroup