ทัวร์ประเทศยอดนิยม
โปรไฟไหม้
ทัวร์แนะนำ
ทัวร์ยอดนิยม
บทความท่องเที่ยว

ใครที่กำลังมีแพลนไป โอซาก้า และอยากเก็บแลนด์มาร์กให้ครบแบบปังๆ วันนี้เรารวมมาให้แล้วกับ “3 แลนด์มาร์กสวยในโอซาก้า” ที่ห้ามพลาด เตรียมกล้องให้พร้อม แล้วไปเช็กอินกันเลย!!!
1. ปราสาทโอซาก้า (Osaka Castle)


“สวนปราสาทโอซาก้า” สวนสาธารณะเชิงประวัติศาสตร์ขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ใจกลางโอซาก้า แลนด์มาร์กสำคัญของญี่ปุ่นที่พลาดไม่ได้อย่างแน่นอน เป็นปราสาทเก่าแก่ที่เต็มไปด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ ผสมผสานกับความสวยงามอลังการของสถาปัตยกรรมญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม ไม่ว่าจะมาในฤดูซากุระบาน หรือช่วงใบไม้เปลี่ยนสี ที่นี่ก็ให้บรรยากาศที่แตกต่างและน่าประทับใจทุกครั้งที่มาเยือน
พิกัด : https://maps.app.goo.gl/64XodQMAB946xPGK7
2.โดทงโบริ (Dotonbori)


จุดเช็กอินโดทงโบริ ศูนย์รวมทั้งอาหารชื่อดัง ป้ายไฟนีออนสุดอลังการ และบรรยากาศที่เต็มไปด้วยสีสันของเมืองญี่ปุ่นในยามค่ำคืน ไม่ว่าคุณจะเป็นสายกิน สายถ่ายรูป หรือสายชิลล์ โดทงโบริมีครบทุกอย่างในที่เดียว ตั้งแต่ของกินยอดฮิตอย่างทาโกะยากิ โอโคโนมิยากิ ไปจนถึงมุมถ่ายรูปกับป้ายกูลิโกะสุดไอคอนิก
พิกัด : https://maps.app.goo.gl/h5JtxwnPmtc1yF1p6
3.ตึกอุเมดะสกาย (Umeda Sky Building)


ตึกอุเมดะสกาย หนึ่งในจุดที่ไม่ควรพลาด แลนด์มาร์กสุดล้ำที่โดดเด่นด้วยดีไซน์ตึกแฝดเชื่อมต่อกันด้านบน พร้อมจุดชมวิวชื่อดังอย่าง Floating Garden Observatory สร้างขึ้นในช่วงสิ้นสุดยุคเศรษฐกิจเฟื่องฟู โดยมีสถาปนิกที่มีชื่อเสียงอย่างฮิโรชิ ฮาระเป็นผู้ออกแบบ ที่นี่จะได้สัมผัสวิวเมืองโอซาก้าแบบ 360 องศา ไม่ว่าจะเป็นช่วงพระอาทิตย์ตกที่แสงสีทองสาดส่องทั่วเมือง หรือช่วงกลางคืนที่เต็มไปด้วยแสงไฟระยิบระยับ บรรยากาศโรแมนติก เหมาะกับทั้งสายถ่ายรูปและคนที่อยากเก็บโมเมนต์ดีๆระหว่างทริป
พิกัด : https://maps.app.goo.gl/8VMnhcvSmBwzWVXw6
ในปัจจุบัน การเดินทางไปประเทศจีน นักท่องเที่ยวควรเตรียม แอปพลิเคชันสำคัญไว้ในมือถือ เนื่องด้วยหลายบริการในประเทศจีนส่วนใหญ่ใช้ระบบดิจิทัลแทบทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการจ่ายเงิน เรียกรถ หรือการสื่อสารกับคนท้องถิ่น หากมีอปพลิเคชั่นเหล่านี้ติดไว้จะช่วยให้ทุกท่านเที่ยวประเทศจีนได้สะดวกมากขึ้น 3 แอปพลิเคชันที่แนะนำ ดังนี้
- WeChat เป็นแอปสารพดประโยชน์ของคนจีน ซึ่งไม่ได้เป็นแค่แอปแชต แต่ยังสามารถทำได้หลายอย่างในแอปเดียว เช่น แชทคุยกับเพื่อนหรือไกด์, จ่ายเงินผ่านWechat Pay, สแกนQR Code ตามร้านค้า, ใช้บริการต่าง ๆ ภายในแอพ เป็นต้น

2. Alipay เป็นแอปจ่ายเงินยอดนิยมในประเทศจีน นักท่องเที่ยวสามารถผูกบัตรเครดิตหรือเดบิต, สแกนQR Codeเพื่อจ่ายเงิน, ใช้จ่ายในหน้าร้าน ร้านอาหาร หรือห้างสรรพสินค้า เป็นต้น

3. Baidu Maps เป็นแอปแผนที่สำหรับการเดินทางในประเทศจีน แอปนี้จะช่วยให้คุณสามารถค้นหาเส้นทางรถไฟใต้ดิน, ดูเส้นทางรถบัส, นำทางไปยังสถานที่ต่าง ๆ เป็นต้น

ดังนั้น หากท่านกำลังวางแผนเที่ยวประเทศจีน ควรมี 3 แอปนี้ติดเครื่องไว้เพื่อความสะดวกสบาย และความฟินในการเที่ยวท่องเ

เมืองที่ใหญ่ที่สุดของจีนจะเป็นเมืองไหนไปไม่ได้นอกจาก เซี่ยงไฮ้ เมืองที่มีความเจริญ ทันสมัย มีประชากรมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการคมนาคม แหล่งท่องเที่ยว แหล่งช้อปปิ้ง ที่พัก ร้านอาหาร สะดวกสบาย วันนี้เราจะพาทุกคนไปดูว่ามีสถานที่ท่องเที่ยวในเซี่ยงไฮ้ที่ไหนบ้างที่เป็นแลนด์มาร์คเหมาะแก่การไปถ่ายรูปสวยๆเช็คอิน ไปดูกันเลยค่ะ!!!
1.หาดไว่ทาน หรือ เดอะบันด์ ( The Bund )

ถือว่าเป็นจุดแลนด์มาร์คที่สำคัญมากเป็นถนนเลียบแม่น้ำหวงผู่ (ที่ทอดยาวไปตามฝั่งตะวันตกของแม่น้ำ เต็มไปด้วยตึกอาคารสถาปัตยกรรมสไตล์ตะวันตกโบราณได้รับฉายาว่า “ปารีสแห่งตะวันออก“ ของมหานครเซี่ยงไฮ้ ถูกใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนต์สุดโด่งดังอย่าง “เจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้ ” ตั้งอยู่บริเวณเลียบแม่น้ำเป็นทางยาวเกือบ 2 กิโลเมตร
พิกัด : https://maps.app.goo.gl/zH17tHV15uwCfLZPA
2. เซี่ยงไฮ้ทาวเวอร์ ( Shanghai Tower )

อาคารระฟ้าที่ตั้งอยู่ในเขตผู่ตง เมืองเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน ถือเป็นหนึ่งในสิ่งก่อสร้างที่โดดเด่นและเป็นสัญลักษณ์ของการพัฒนาเมืองเซี่ยงไฮ้สู่มหานครระดับโลก เป็นอาคารที่สูงที่สุดในจีน และสูงอันดับ 3 ของโลก สูง 632 เมตร ตัวอาคารออกแบบล้ำสมัย บิดเกลียวขึ้นไป 120 องศา เพื่อลดแรงต้านลมและยังเป็นจุดชมวิวที่สุดแสนอลังการ
พิกัด : https://maps.app.goo.gl/AbGavkcuttHJ2sLb9
3. หอไข่มุกตะวันออก (The Oriental Pearl Tower)

เป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ที่มีชื่อเสียงที่สุดของนครเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน โดยตั้งอยู่บริเวณ ฝั่งผู่ตง ของแม่น้ำหวงผู่ ตรงข้ามกับเขตเมืองเก่าเซี่ยงไฮ้ เป็นหอส่งสัญญาณโทรทัศน์ วิทยุ และจุดชมวิว มีความสูงถึง 468 เมตร หอคอยนี้มีรูปทรงโดดเด่นจากโครงสร้างที่คล้าย “ไข่มุก” หลายลูกเรียงต่อกันในแนวตั้ง ซึ่งเปรียบเสมือน “ไข่มุกที่ตกลงบนจานหยก” ตามบทกวีจีนโบราณ สิ่งที่น่าสนใจภายในคือจุดชมวิวกระจกใส เป็นทางเดินพื้นกระจกที่ลอยอยู่เหนือพื้นดิน ให้มองเห็นวิวเซี่ยงไฮ้แบบ 360 องศา
พิกัด : https://maps.app.goo.gl/mHvmgW4qNYePNXHP7
4. อาคารพันต้นไม้ (Tian An 1000 Trees)

เป็นอาคารสถาปัตยกรรมสุดล้ำและโดดเด่นใจกลางเมืองเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน ซึ่งได้รับฉายาว่า “ภูเขาแห่งต้นไม้” เนื่องจากการออกแบบที่รวมธรรมชาติเข้ากับโครงสร้างอาคารอย่างกลมกลืนได้แรงบันดาลใจจาก “ภูเขาหวงซาน” และสวนหินจีน เสาโครงสร้างของอาคารถูกออกแบบให้มี กระถางต้นไม้ อยู่ด้านบน ซึ่งกระจายอยู่ทั่วอาคารมากกว่า 400 จุด อาคารมีลักษณะคล้ายภูเขาที่เต็มไปด้วยต้นไม้จริงกว่า 1,000 ต้น และพืชพรรณอีกหลายหมื่นต้น เป็นการผสมผสานระหว่าง ธรรมชาติ สถาปัตยกรรม พื้นที่สาธารณะ ได้อย่างกลมกลืน
พิกัด : https://maps.app.goo.gl/BosqZGKREvyNUVf37
5.เมืองโบราณจูเจียเจี่ยว (Zhujiajiao Ancient Town)

เป็นเมืองโบราณที่มีอายุกว่า 1,700 ปี ตั้งอยู่ชานเมืองเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน ได้รับขนานนามว่า “เวนิสแห่งเซี่ยงไฮ้” เนื่องจากมีลำคลองหลายสายไหลผ่านเมือง และมีสะพานโบราณสวยงามเชื่อมสองฝั่งของเมือง เมืองตั้งอยู่ริมคลอง มีสะพานโค้งหินโบราณมากกว่า 30 แห่ง มีบ้านเรือนเก่าแก่สไตล์จีนดั้งเดิมเรียงรายสองฝั่งคลอง สะพานฟ่างเซิง เป็นสะพานหินที่ใหญ่และเก่าแก่ที่สุดในเมือง มีเรือพายโบราณ ให้นั่งล่องชมเมืองคล้ายเมืองเวนิสในอิตาลี
พิกัด : https://maps.app.goo.gl/rUkeYczRNXafjtAy8
6. เซี่ยงไฮ้ ดิสนีย์แลนด์ (Shanghai Disneyland)

เป็นสวนสนุกดิสนีย์ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย และเป็นดิสนีย์แลนด์แห่งแรกในประเทศจีนแผ่นดินใหญ่ โดยผสมผสานความเป็น “ดิสนีย์สไตล์คลาสสิก” เข้ากับวัฒนธรรมจีนอย่างลงตัว กิจกรรมหลากหลาย โชว์ขบวนพาเหรดสุดอลังการ เครื่องเล่นมากมาย ด้านในแบ่งออกเป็น 7 โซน Mickey Avenue, Gardens of Imagination, Fantasyland, Adventure Isle, Treasure Cove, Tomorrowland, Toy Story Land
พิกัด : https://maps.app.goo.gl/ESEjVVPVkf2GGJk99
7. ถนนหนานจิง (Nanjing Road)

คือถนนช้อปปิ้งสายหลักใจกลางนครเซี่ยงไฮ้ และเป็นหนึ่งในย่านการค้าเก่าแก่มีอายุมากกว่าร้อยปีและคึกคักที่สุดของจีน เต็มไปด้วยร้านค้า ห้างสรรพสินค้า และแบรนด์ชั้นนำจากทั่วโลก ได้ชื่อว่าเป็น “ถนนสายช้อปปิ้งอันดับ 1 ของจีน” มีความยาวประมาณ 5.5 กิโลเมตร อาคารเก่าแก่สไตล์ยุโรปสมัยศตวรรษที่ 19 ผสมผสานกับตึกสมัยใหม่ มีสินค้าให้เลือกช้อปปิ้งมากมาย ไม่ว่าจะเป็น เสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า เครื่องสำอาง POPMART และร้านของกินให้เลือกมากมาย
พิกัด : https://maps.app.goo.gl/S6gFeyfanukiDLar8
8. สตาร์บัคส์ รีเซิร์ฟ โรสเทอรี เซี่ยงไฮ้ (Starbucks Reserve Roastery)

คือร้านสตาร์บัคส์ที่ใหญ่และหรูหราที่สุดในประเทศจีน ใหญ่ที่สุดอันดับ 2 ของโลก เปิดให้บริการในเซี่ยงไฮ้ มีบาร์จิบกาแฟที่ยาวที่สุดในโลกถึง 88 ฟุต เอาโรงงานกาแฟของสตาร์บัคส์มาตั้งไว้ในร้าน มีถังไม้สำหรับไว้เก็บกาแฟขนาดมหึมา ความจุ 40 ตัน ผู้ใช้บริการสามารถรับชมกรรมวิธีคั่วกาแฟได้ภายในร้าน และได้ชิมวัตถุดิบสดๆ ที่ผ่านกรรมวิธีต่างๆ จากทางร้านมีเครื่องดื่มต่างๆมากกว่า 100 เมนูให้ได้ลิ้มลอง
พิกัด : https://maps.app.goo.gl/sKcjdABZgoLpUGN17
9. LOUIS , THE BOAT

ออกแบบให้มีรูปร่างเหมือนเรือสำราญ ตั้งอยู่ในย่านธุรกิจใจกลางเมืองเซี่ยงไฮ้ สะท้อนถึงทั้งประวัติศาสตร์การเดินทางทางทะเลและความเป็นเมืองท่าแห่งตะวันออก ตกแต่งสไตล์เรือหรู 3 ชั้น สุดอลังการกลางมหานคร เซี่ยงไฮ้ ร้านนี้เป็นสาขาที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย และอยู่ใกล้กับ Starbucks Reserve Roastery Shanghai ภายในเรือมี ร้าน Louis Vuitton , Le Café Louis Vuitton คาเฟ่หรูสไตล์ฝรั่งเศส , นิทรรศการ “非凡之旅” (Visionary Journeys) ที่จัดเต็มถึง 1200 ตร.ม. ครอบคลุมสองชั้นของตัวอาคารเรือ
พิกัด : https://maps.app.goo.gl/7GZiVAEQR44Epign9
10. ตลาดร้อยปีเฉิงหวังเมี่ยว (Chen Wang Miao)

คือย่านเมืองเก่าชื่อดังในเซี่ยงไฮ้ ที่รวมวัฒนธรรมจีนโบราณ ศิลปะ สถาปัตยกรรม ร้านค้า และอาหารพื้นเมืองไว้ในที่เดียว เป็นหนึ่งในจุดท่องเที่ยวที่มีชีวิตชีวาและคึกคักที่สุดของเมือง มี วัดจีนโบราณ ตลาดเก่า แหล่งช้อปปิ้ง ศูนย์อาหาร อาคารบ้านเรือนบริเวณนี้เป็นสถาปัตยกรรมโบราณสมัยราชวงศ์หมิงและชิง ตกแต่งสไตล์สถาปัตยกรรมแบบโบราณจีน และเก่าแก่กว่าร้อยปี ที่ยังคงความงดงาม ทั้งร้านขายอาหาร ร้านขนมพื้นเมือง อาหารขึ้นชื่อของที่นี่คือ เสี่ยวหลงเปา อันลือชื่อ และยังมีขายของที่ระลึกต่างๆมากมาย

ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั่วโลกด้วยธรรมชาติที่งดงาม เมืองทันสมัย อาหารอร่อย และวัฒนธรรมเก่าแก่ การเดินทางสะดวกสบายด้วยรถไฟความเร็วสูง และระบบขนส่งที่ตรงเวลาอย่างมาก
1. โตเกียวทาวเวอร์ (Tokyo Tower) – หอคอยแห่งแสงสี 🗼✨

- ประวัติและความสำคัญ: เปิดเมื่อปี 1958 สูง 333 เมตร ได้แรงบันดาลใจจากหอไอเฟล ฝรั่งเศส
- กิจกรรมเด่น:
- จุดชมวิวหลัก (150 เมตร) และจุดชมวิวพิเศษ (250 เมตร)
- พิพิธภัณฑ์วันพีซ (One Piece Tower)
- ร้านอาหารและคาเฟ่พร้อมวิวเมือง
- ช่วงเวลาน่าไป: กลางคืนเพื่อชมแสงไฟโตเกียว
- การเดินทาง: รถไฟใต้ดินสถานี Akabanebashi (เดิน 5 นาที)
- เกร็ดน่าสนใจ: โครงสร้างทาสีส้ม-ขาวตามกฎการบินของญี่ปุ่น
2. ภูเขาไฟฟูจิ (Mount Fuji) – ภูเขาศักดิ์สิทธิ์ 🗻🍃☁️

- ประวัติและความสำคัญ: มรดกโลกยูเนสโก ปี 2013 สูง 3,776 เมตร
- กิจกรรมเด่น:
- ปีนเขา (เปิดเฉพาะ ก.ค.–ก.ย.)
- ชมวิวจากทะเลสาบคาวากุจิ, ชุเรโตะพาโงดะ
- ถ่ายภาพคู่กับซากุระหรือหิมะ
- ช่วงเวลาน่าไป: ฤดูใบไม้ผลิและฤดูหนาว
- การเดินทาง: จากโตเกียวโดยรถไฟ JR Chuo Line + รถบัส
- เกร็ดน่าสนใจ: ถือเป็นหนึ่งใน “สามภูเขาศักดิ์สิทธิ์” ของญี่ปุ่น
3. วัดคินคะคุจิ (Kinkaku-ji) – วิหารทองกลางน้ำ 🏯👑

- ประวัติและความสำคัญ: เดิมเป็นวิลล่าของโชกุนอาชิกางะ ปี ค.ศ. 1397 ปัจจุบันเป็นมรดกโลก
- กิจกรรมเด่น:
- เดินชมรอบสระน้ำ Kyōko-chi
- ถ่ายรูปสะท้อนตัววัดในน้ำ
- ช่วงเวลาน่าไป: ฤดูใบไม้ร่วง (พ.ย.) และฤดูหนาว (ม.ค.)
- การเดินทาง: รถบัสจากสถานี Kyoto (30 นาที)
- เกร็ดน่าสนใจ: ตัวอาคารปกคลุมด้วยทองคำเปลวทั้งชั้นสองและสาม
4. สวนลิงจิโกคุดานิ (Jigokudani Monkey Park) – ลิงหิมะสุดชิล 🐒❄️

- ประวัติและความสำคัญ: ตั้งอยู่ในหุบเขาโยโกยุ จังหวัดนากาโนะ เปิดปี 1964
- กิจกรรมเด่น:
- ดูลิงญี่ปุ่นแช่น้ำพุร้อน
- เดินป่าช่วงหิมะตก
- ช่วงเวลาน่าไป: ธ.ค.–มี.ค.
- การเดินทาง: จากสถานี Nagano นั่งรถไฟ + รถบัส + เดินเท้า 1.6 กม.
- เกร็ดน่าสนใจ: ลิงเหล่านี้เป็นสัตว์ป่าจริง ไม่ได้ถูกเลี้ยงในกรง
5. ตลาดปลาซึกิจิ (Tsukiji Outer Market) – ครัวทะเลแห่งโตเกียว 🐟🛒

- ประวัติและความสำคัญ: เคยเป็นตลาดค้าส่งปลาที่ใหญ่ที่สุดในโลก ปัจจุบันยังคงมีโซนร้านอาหาร
- กิจกรรมเด่น:
- ชิมซูชิ ซาชิมิ และหอยเม่นสด
- ซื้อของฝาก เช่น สาหร่ายและมีดญี่ปุ่น
- ช่วงเวลาน่าไป: เช้า 6:00–9:00 น.
- การเดินทาง: รถไฟใต้ดินสถานี Tsukiji
- เกร็ดน่าสนใจ: การประมูลปลาทูน่าได้ย้ายไปที่ตลาดโทโยสุแล้ว
6. หมู่บ้านชิราคาวะโกะ (Shirakawa-go) – หมู่บ้านมรดกโลก 🏘️❄️🍃

- ประวัติและความสำคัญ: โดดเด่นด้วยบ้านกัสโชซึคุริ หลังคาสามเหลี่ยมสูงเพื่อกันหิมะ
- กิจกรรมเด่น:
- ชมหมู่บ้านจากจุดชมวิว Shiroyama
- เข้าชมบ้านโบราณเปิดให้เยี่ยมชม
- ช่วงเวลาน่าไป: ฤดูหนาว (ม.ค.–ก.พ.) เพื่อดูเทศกาลไฟส่องบ้าน
- การเดินทาง: รถบัสจากทาคายามะหรือคานาซาวะ
- เกร็ดน่าสนใจ: คำว่า “กัสโช” แปลว่า “พนมมือ” เหมือนหลังคาบ้าน
7. ปราสาทฮิเมจิ (Himeji Castle) – ปราสาทนกกระสาขาว 🕊️🏰

- ประวัติและความสำคัญ: สร้างตั้งแต่ศตวรรษที่ 14 รอดพ้นจากสงครามและภัยธรรมชาติ
- กิจกรรมเด่น:
- เดินชมภายในปราสาทและสวนรอบๆ
- ชมซากุระในเดือนเมษายน
- ช่วงเวลาน่าไป: ฤดูใบไม้ผลิ
- การเดินทาง: เดิน 15 นาทีจากสถานี Himeji
- เกร็ดน่าสนใจ: ได้รับการบูรณะครั้งใหญ่เสร็จในปี 2015
8. ฮอกไกโด (Hokkaido) – เกาะเหนือมหัศจรรย์ 🗾🎍

- จุดเด่น: ธรรมชาติสวย อาหารทะเลสด และฤดูหนาวมีหิมะปกคลุม
- กิจกรรมเด่น:
- ฤดูร้อนชมทุ่งลาเวนเดอร์ที่ Furano
- ฤดูหนาวเล่นสกีที่ Niseko
- งานเทศกาลหิมะซัปโปโร (ก.พ.)
- การเดินทาง: บินจากโตเกียวไปซัปโปโร (New Chitose Airport)
- เกร็ดน่าสนใจ: เป็นแหล่งผลิตนมและชีสคุณภาพสูงของญี่ปุ่น
9. ยูนิเวอร์แซล สตูดิโอ เจแปน (USJ) – โลกแห่งความสนุก 🎪✨🎢🎡
- ประวัติและความสำคัญ: เปิดในปี 2001 ที่โอซาก้า
- กิจกรรมเด่น:
- โซน Harry Potter, Minions, Super Nintendo World
- การแสดงพิเศษตามฤดูกาล
- ช่วงเวลาน่าไป: วันธรรมดาเพื่อลดการต่อคิว
- การเดินทาง: รถไฟ JR สถานี Universal City
- เกร็ดน่าสนใจ: มีตั๋ว Express Pass เพื่อลดเวลารอเครื่องเล่น
10. อาราชิยามะ (Arashiyama) – เสน่ห์เมืองชนบทเกียวโต🕰️🎍🎋

- จุดเด่น: ป่าไผ่ สะพานโทเก็ตสึเคียว และวิวแม่น้ำโฮซุ
- กิจกรรมเด่น:
- เดินชมป่าไผ่
- ล่องเรือแม่น้ำ
- นั่งรถรางสายโรแมนติก Sagano
- ช่วงเวลาน่าไป: ฤดูใบไม้ผลิและใบไม้ร่วง
- การเดินทาง: รถไฟ JR สถานี Saga-Arashiyama
- เกร็ดน่าสนใจ: ชื่อ “Arashiyama” แปลว่า “ภูเขาพายุ”

เวลาเราไปเที่ยวญี่ปุ่น นอกจากเที่ยวชมวิว วัด ร้านอาหารแล้ว ของฝากก็เป็นอีกสิ่งที่หลายคนตั้งตารอ เพราะญี่ปุ่นนี่ขึ้นชื่อเรื่อง แพ็กเกจน่ารัก รสชาติแปลกใหม่ และคุณภาพดี แบบที่บ้านเราหาไม่ได้ง่าย ๆ เลยครับ มาดูกันว่า 6 อย่างที่ห้ามพลาดมีอะไรบ้าง 👇
1. 🍡 ขนมโมจิ และ วากาชิ (Wagashi)
ขนมญี่ปุ่นดั้งเดิมที่หน้าตาน่ารักสุด ๆ กินแล้วละมุนมาก ส่วนใหญ่ทำจาก แป้งข้าวเหนียว, ถั่วแดง, หรือผลไม้ตามฤดูกาล
- รสชาติ: หวานอ่อน ๆ นุ่ม ๆ ไม่เลี่ยน กินคู่กับชาเขียวคือฟิน
- แบบที่น่าลอง:
- ไดฟุกุ (Daifuku) – โมจิสอดไส้ถั่วแดงหรือสตรอว์เบอร์รี่
- โยกัง (Yokan) – เยลลี่ถั่วแดง กินง่าย
- ดะงะ (Dango) – โมจิเสียบไม้ราดซอสโชยุหวานเค็ม
- ซื้อที่ไหน:
- เกียวโต (ขึ้นชื่อมากเรื่องขนมวากาชิ)
- ย่านอาซากุสะ โตเกียว (ร้าน Nakamise Street)
- สนามบินนาริตะ/ฮาเนดะ ก็มีแพ็กเกจสวย ๆ

2. 🍫 คิทแคทรสลิมิเต็ด (KitKat Japan)
นี่คือของฝากอันดับหนึ่งที่ทุกคนถามหา! ญี่ปุ่นคือเจ้าแห่งการทำรสใหม่ ๆ จนมีเกิน 300 รสชาติ เลยทีเดียว
- รสชาติแนะนำ:
- มัทฉะเกียวโต – หอมเข้ม ขมเล็ก ๆ แบบผู้ดี
- มันม่วงโอกินาว่า – หวานมัน สีม่วงสวยถ่ายรูปเก๋
- ซากุระมัทฉะ – หวานหอมอ่อน ๆ ได้ฟีลฤดูใบไม้ผลิ
- สาเกญี่ปุ่น – แปลกใหม่ มีกลิ่นเหล้าอ่อน ๆ
- วาซาบิ – อันนี้สายแอดเวนเจอร์ต้องลอง!
- ซื้อที่ไหน:
- ร้านสะดวกซื้อ (Lawson, FamilyMart, 7-Eleven)
- Don Quijote (ดองกี้) ของเพียบ ราคาดี
- สนามบิน – จะมีรสลิมิเต็ดเฉพาะภูมิภาค

3. 🍵 ชาเขียวมัทฉะ (Matcha)
มัทฉะของญี่ปุ่นนี่ขึ้นชื่อสุด ๆ รสชาติขมกลมกล่อม หอม และดีต่อสุขภาพ ใครที่ชอบชาเขียวจะติดใจแน่นอน
- รูปแบบที่ซื้อได้:
- ผงมัทฉะแท้ – เอาไปชงเองที่บ้าน
- ชาเขียวซองชงง่าย – พกสะดวก
- ขนมรสมัทฉะ – คุกกี้, คิทแคท, โรลเค้ก
- เมืองดังเรื่องมัทฉะ:
- อุจิ (Uji) เกียวโต → สุดยอดมัทฉะระดับพรีเมียม
- ชิซึโอกะ → เมืองชาใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น
- ซื้อที่ไหน: ร้านชา Itohkyuemon, Ippodo, หรือห้างสรรพสินค้าทั่วไป

4. 🥢 ตะเกียบญี่ปุ่น (Hashi)
ของฝากที่ใช้งานได้จริง และมีให้เลือกหลายแบบ ตั้งแต่เรียบ ๆ ไปจนถึงหรูหรา ลายทอง ลายซามูไร หรือตะเกียบคู่สำหรับคู่รัก
- ไอเดียของฝาก:
- ตะเกียบคู่ลายดอกซากุระ → น่ารักสำหรับคู่รัก
- ตะเกียบซามูไร → เท่ ๆ สำหรับผู้ชาย
- ตะเกียบเด็ก → ลายการ์ตูน น่ารักใช้ง่าย
- ซื้อที่ไหน:
- อาซากุสะ (Tokyo)
- กิออน (Kyoto)
- ร้าน Don Quijote, Tokyu Hands, Loft

5. 💄 เครื่องสำอาง & สกินแคร์ญี่ปุ่น
ญี่ปุ่นคือสวรรค์ของสายบิวตี้เลยครับ! เพราะทั้ง คุณภาพดี ราคาไม่แรง และมีให้เลือกเยอะมาก
- ของฮิตติดอันดับ:
- มาสก์หน้า Lululun – มีหลายสูตร ผิวใสแน่นอน
- Hada Labo Lotion – น้ำตบเพื่อผิวชุ่มชื้น
- Biore UV Aqua Rich – กันแดดในตำนาน
- Shiseido / SK-II – ของฝากระดับพรีเมียม
- ซื้อที่ไหน:
- Matsumoto Kiyoshi (ดรักสโตร์ดัง)
- Don Quijote
- @Cosme Store

Credit : japanobjects.com
6. 🧧 เครื่องรางญี่ปุ่น (Omamori)
ของฝากเล็ก ๆ แต่น่ารักและมีความหมายมาก เพราะแต่ละศาลเจ้าจะมีเครื่องรางเฉพาะด้าน เช่น เรื่องเรียน ความรัก การงาน
- แบบยอดนิยม:
- สอบผ่าน → เหมาะซื้อให้เด็กนักเรียน
- ความรัก → น่าซื้อฝากเพื่อนที่โสด
- การเงิน → เรียกโชคลาภ ร่ำรวย
- สุขภาพ → ปลอดภัยและแข็งแรง
- ซื้อที่ไหน:
- ศาลเจ้าเมจิ (โตเกียว)
- ศาลเจ้าเฮอันจิงกู (เกียวโต)
- ศาลเจ้าอิเสะ (Mie)

Credit : sakura.co
🎁 สรุป
ของฝากจากญี่ปุ่นมีตั้งแต่ขนมอร่อย ๆ เครื่องรางน่ารัก ไปจนถึงของใช้คุณภาพดี ข้อดีคือ หาซื้อง่ายแทบทุกที่ ตั้งแต่ร้านสะดวกซื้อ ดรักสโตร์ ห้าง จนถึงสนามบิน เพราะงั้นไม่ต้องห่วงว่าจะพลาดอะไรไปเลยครับ
เวนิส (Venice) เมืองมรดกโลกที่ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของอิตาลี มีเสน่ห์ไม่เหมือนใครเพราะแทบไม่มีถนนรถยนต์ การเดินทางส่วนใหญ่ใช้เรือและการเดินเท้า บ้านเมืองเก่าแก่ริมคลองกว่า 150 สายและสะพานกว่า 400 แห่งสร้างบรรยากาศโรแมนติกที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก
🏛️ เสน่ห์ของเวนิส
- เมืองเต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ ศิลปะ และสถาปัตยกรรมสไตล์โกธิกและเรอเนสซองส์
- ไม่มีเสียงรถยนต์ ทำให้บรรยากาศเงียบสงบและเหมาะแก่การเดินเล่น
- แต่ละย่านมีเอกลักษณ์ของตัวเอง เช่น San Marco ที่คึกคัก และ Cannaregio ที่เงียบสงบ
📍 จุดไฮไลต์ที่ต้องไป
Piazza San Marco (จัตุรัสเซนต์มาร์ก) – หัวใจของเวนิส รายล้อมด้วยอาคารสำคัญ เช่น มหาวิหารเซนต์มาร์ก และพระราชวังโดจ
Rialto Bridge (สะพานเรียลโต) – สะพานหินเก่าแก่ข้ามคลองแกรนด์ จุดชมวิวและถ่ายภาพยอดนิยม
Grand Canal – คลองสายหลักของเมือง เหมาะสำหรับนั่งเรือ Vaporetto ชมวิวตลอดสองฝั่ง
Murano & Burano – Murano โด่งดังเรื่องงานแก้ว และ Burano ขึ้นชื่อเรื่องบ้านสีสดใสและงานลูกไม้
🚤 ประสบการณ์ที่ไม่ควรพลาด
- ล่องเรือกอนโดลา หรือเรือ Traghetto (ประหยัดกว่า) เพื่อสัมผัสเมืองจากมุมมองทางน้ำ
- เดินเล่นในตรอกเล็กๆ เพื่อเจอร้านอาหารและคาเฟ่ท้องถิ่น
- ชมพระอาทิตย์ตกริมคลอง พร้อมเครื่องดื่มสปริตซ์
🍝 อาหารและของกินแนะนำ
- Cicchetti ของว่างสไตล์เวนิส กินคู่ไวน์หรือโปรเซ็กโก้
- ซีฟู้ดสดๆ จากทะเลเอเดรียติก
- ไอศกรีมเจลาโต้และขนม Tiramisu แบบต้นตำรับ
🌿 เดินทางนอกย่านหลัก
- สำรวจย่าน Cannaregio ที่คนท้องถิ่นอาศัยอยู่มาก
- เดินเล่นริมทะเลสาบหรือเกาะ Lido เพื่อบรรยากาศสงบ
- ชมพิพิธภัณฑ์ Peggy Guggenheim สำหรับคนรักศิลปะ
🚄 การเดินทาง
- จากโรม: นั่งรถไฟความเร็วสูงประมาณ 4 ชั่วโมงถึงสถานี Venezia Santa Lucia
- จากมิลาน: รถไฟประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง
- จากสนามบินเวนิส: นั่งเรือ Alilaguna เข้าสู่ใจกลางเมือง
📅 เที่ยวได้ทั้งปี
- ฤดูใบไม้ผลิ (มี.ค.–พ.ค.) อากาศสบายและดอกไม้บาน
- ฤดูร้อน (มิ.ย.–ส.ค.) คึกคัก แต่คนเยอะและร้อน
- ฤดูใบไม้ร่วง (ก.ย.–พ.ย.) อากาศเย็นกำลังดีและคนไม่แน่น
- ฤดูหนาว (ธ.ค.–ก.พ.) เงียบสงบ และมีงานคาร์นิวัลสุดอลังการ
สรุป
เวนิสคือเมืองที่รวมทั้งศิลปะ ประวัติศาสตร์ และวิถีชีวิตที่ไม่เหมือนใคร การเดินเล่นริมคลอง นั่งเรือชมเมือง และชิมอาหารท้องถิ่นคือประสบการณ์ที่ควรลองสักครั้งในชีวิต















