ทัวร์ประเทศยอดนิยม
โปรไฟไหม้
ทัวร์แนะนำ
ทัวร์ยอดนิยม
บทความท่องเที่ยว

สายถ่ายรูปเตรียมกล้องให้พร้อม! 📷🌏เพราะเราได้รวม 7 จุดหมายสุดปังจากทั่วโลก ที่ไปถึงแล้ว รับรองว่าได้รูปสวยกลับมาอย่างแน่นอน และแต่ละที่มีเสน่ห์แตกต่างกัน ตั้งแต่วิวภูเขาสุดอลังการ เมืองเก่าสุดคลาสสิก ไปจนถึงแสงเหนือสุดมหัศจรรย์ ✨
1.เลาเทอร์บรุนเนิน ( Lauterbrunnen ) – สวิตเซอร์แลนด์ ( Switzerland )

2.ภูเขาไฟฟูจิ ( Fujisan ) – ญี่ปุ่น ( Japan )

3.หอคอยไอเฟล ( Eiffel Tower ) – ฝรั่งเศส ( France )

4.จิ่วเฟิ่น ( Jiufen ) – ไต้หวัน ( Taiwan )

5.จางเจียเจี้ย ( Zhangjiajie ) – จีน ( China )

6.โบสถ์เกอร์เกตี้ ( Gergeti Trinity Church ) – จอร์เจีย ( Georgia )

7.โรวานิเอมี ( Rovaniemi ) – ฟินแลนด์ ( Finland )

สำหรับสายช้อปแล้ว “โซล” (Seoul) คือสวรรค์ที่แท้จริงครับ เพราะเมืองนี้เต็มไปด้วยเสน่ห์ที่ผสมผสานระหว่างแฟชั่นล้ำสมัยระดับไฮเอนด์ คัลเจอร์สตรีทแวร์สุดคูล ไปจนถึงแหล่งรวมเครื่องสำอางและของกุ๊กกิ๊กที่ราคาสบายกระเป๋า ไม่ว่าคุณจะเป็นสายอัปเดตเทรนด์แฟชั่นบิวตี้ เดินล่าแบรนด์เนม หรือชอบเดินชิลหาแรงบันดาลใจในร้านดีไซเนอร์ท้องถิ่น โซลมีคำตอบให้ครบทุกสไตล์แน่นอน
1.ย่านมยองดง (Myeong-dong)
ไฮไลท์เด็ด: เป็นศูนย์รวมร้านเครื่องสำอางเกาหลีแบบจัดเต็มแทบทุกแบรนด์ มี Flagship Store ใหญ่ยักษ์ให้เดินลองผลิตภัณฑ์กันแบบสะใจ นอกจากนี้ยังมีสตรีทฟู้ดเกาหลีเจ้าอร่อยเรียงรายตลอดสองข้างทางให้ช้อปไปกินไปได้ฟีลสุดๆ

ที่มา : https://www.traveloka.com/
2.ย่านฮงแด (Hongdae)
ไฮไลท์เด็ด: เสื้อผ้าแนวสตรีทแวร์ มินิมอลเกาหลี รองเท้าผ้าใบแบรนด์ดัง (ที่มีรุ่นฮิตๆ ให้เลือกเยอะมาก) ร้านเครื่องเขียน ของกุ๊กกิ๊ก รวมไปถึงร้านเสื้อผ้าวินเทจมือสองชิคๆ แถมตอนกลางคืนยังมีเปิดหมวก ร้องเต้นโชว์ให้ดูแบบเพลินๆ ด้วย

ที่มา : https://tourkrub.co/blog/travel-hongdae-kore
3.ย่านซองซูดง (Seongsu-dong)
จากย่านโรงงานรองเท้าเก่า ปัจจุบันกลายเป็นย่านที่ฮิตและเทสดีที่สุดในโซล เป็นย่านที่รวมความดิบ ลอฟท์ และความโมเดิร์นเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว
ไฮไลท์เด็ด: แหล่งรวม Flagship Store ของแบรนด์สตรีทแวร์ชื่อดัง (เช่น Tamburins, Marithé François Girbaud, Rockfish Weatherwear) และป็อปอัพสโตร์ของแบรนด์แฟชั่นระดับโลกที่จะหมุนเวียนมาเปิดตัวที่นี่ เดินช้อปเสร็จก็แวะคาเฟ่ดีไซน์สวยๆ ที่ซ่อนตัวอยู่ตามตึกปูนเปลือยได้เลย

ที่มา : https://groundcontrolth.com/blogs/seoul-seoungsu-dong
4.Dongdaemun Market
ไฮไลท์: “สวรรค์สายบิวตี้ & สตรีทฟู้ด“ ตึก Flagship Store เครื่องสกินแคร์/เครื่องสำอางเกาหลีแบบจัดเต็ม ของกินเล่นริมทางเพียบ พนักงานพูดไทยได้ ช้อปง่ายที่สุด

ที่มา : https://www.theseoulguide.com/gwangjang-market/
5.ย่านกังนัม & อัพกูจองโรเดโอ (Gangnam & Apgujeong Rodeo)
ถ้าโจทย์ของคุณคือการตามหาแบรนด์เนมระดับโลก คอลเลกชันหายาก หรือสินค้าแฟชั่นระดับท็อป ต้องมาฝั่งใต้ของแม่น้ำฮันที่ย่านนี้เลย
ไฮไลท์เด็ด: ถนนช้อปปิ้งช็องดัมดง (Cheongdam-dong Fashion Street) ที่เต็มไปด้วยห้างสรรพสินค้าสุดหรูอย่าง Galleria Department Store และบูทีคช็อปของแบรนด์เนมระดับโลก (Hermès, Chanel, Louis Vuitton) รวมถึงแบรนด์สตรีทหรูและร้าน Select Shop ชื่อดังมากมาย

ที่มา : https://www.mellowrentcoats.com/content/8680/gangnam
โซลเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของสายช้อป เพราะมีทั้งย่านแฟชั่นทันสมัย เครื่องสำอางชื่อดัง ร้านค้าแบรนด์เกาหลี คาเฟ่น่ารัก และแหล่งช้อปปิ้งขนาดใหญ่ให้เลือกเดินตลอดทั้งวัน ไม่ว่าจะเป็นสายแฟชั่น สายบิวตี้ หรือสายของฝาก ก็สามารถหาสินค้าที่ถูกใจได้อย่างครบครันในเมืองเดียว
ช่วงฤดูใบไม้ร่วงถือเป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่สวยที่สุดของการท่องเที่ยว หลายประเทศจะถูกแต่งแต้มด้วยสีแดง ส้ม และเหลืองจากใบไม้ที่เปลี่ยนสี กลายเป็นวิวสุดโรแมนติกที่เหมาะทั้งกับการถ่ายรูปและการพักผ่อน ใครกำลังวางแผนเที่ยวช่วงฤดูใบไม้ร่วง ลองปักหมุด 5 จุดหมายเหล่านี้ไว้ได้เลย!
🍁 1. เกียวโต ประเทศญี่ปุ่น

ที่มา : https://dsurance.dtac.co.th/article/best-places-to-see-autumn-leaves-in-japan?fbp=undefined
เมืองเก่าแก่ที่มีวัดและศาลเจ้าสวยงามอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ ช่วงใบไม้เปลี่ยนสีจะยิ่งสวยเป็นพิเศษ โดยเฉพาะบริเวณวัดที่มีต้นเมเปิลเรียงราย ให้บรรยากาศแบบญี่ปุ่นดั้งเดิมที่น่าประทับใจ
🍂 2. นิกโก้ ประเทศญี่ปุ่น

ที่มา : https://digjapan.travel/th/blog/id=11749
เมืองธรรมชาติที่อยู่ไม่ไกลจากโตเกียว โดดเด่นด้วยภูเขา น้ำตก และทะเลสาบ เมื่อเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วง ทั้งเมืองจะเต็มไปด้วยสีแดงและสีทอง เหมาะสำหรับคนที่อยากสัมผัสธรรมชาติแบบเต็ม ๆ
🍁 3. โซล ประเทศเกาหลีใต้

ที่มา : https://travel.trueid.net/detail/K9gQ8QK858V3
ในช่วงฤดูใบไม้ร่วง สวนสาธารณะและภูเขารอบกรุงโซลจะเต็มไปด้วยสีสันของใบไม้ โดยเฉพาะบริเวณพระราชวังและสวนต่าง ๆ ที่ตัดกับสถาปัตยกรรมเกาหลีได้อย่างสวยงาม
🍂 4. แบล็กฟอเรสต์ ประเทศเยอรมนี

ที่มา : https://th.tripadvisor.com/Tourism-g1053583-Krun_Upper_Bavaria_Bavaria-Vacations.html
ผืนป่าขนาดใหญ่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของเยอรมนีที่สวยราวกับฉากในเทพนิยาย ช่วงฤดูใบไม้ร่วงจะเต็มไปด้วยเฉดสีแดง ส้ม และทอง พร้อมหมู่บ้านเล็ก ๆ และภูเขาที่ช่วยเพิ่มเสน่ห์ให้กับบรรยากาศ
🍁 5. ควิเบก ประเทศแคนาดา

ที่มา : https://th.tripadvisor.com/Articles-lC7FQfpNZAZQ-Best_fall_foliage_in_the_world.html
เมืองเก่าและธรรมชาติของควิเบกจะถูกแต่งแต้มด้วยสีสันสดใสในช่วงใบไม้ร่วง โดยเฉพาะพื้นที่ชนบทและเส้นทางชมธรรมชาติ เป็นจุดหมายที่เหมาะกับการขับรถชมวิวและถ่ายภาพบรรยากาศสุดโรแมนติก
ดังนั้น หากอยากสัมผัสเสน่ห์ของฤดูใบไม้เปลี่ยนสีแบบเต็มอิ่ม ญี่ปุ่น เกาหลี เยอรมนี และแคนาดา ล้วนมีจุดหมายที่สวยโดดเด่นและมีเอกลักษณ์แตกต่างกัน ใครชอบวิวธรรมชาติและบรรยากาศโรแมนติก ช่วงใบไม้ร่วงถือเป็นช่วงที่ไม่ควรพลาดเลย 🍁✨

1.เดือนมกราคม ( January ) – ประเทศฟินแลนด์ ( Finland )
เดือนมกราคมเป็นช่วงฤดูหนาวที่สวยที่สุดของฟินแลนด์ มีหิมะปกคลุมทั่วทั้งประเทศ เหมาะสำหรับ การล่าแสงเหนือ (Aurora Borealis) ที่แลปแลนด์ พร้อม เยือนหมู่บ้านซานตาคลอส เมืองโรวาเนียมิ สัมผัสบรรยากาศดินแดนแห่งคริสต์มาสและกิจกรรมฤดูหนาวที่น่าประทับใจ

2.เดือนกุมภาพันธ์ ( Febuary ) – ประเทศญี่ปุ่น ( Japan )
เดือนกุมภาพันธ์เป็นช่วงที่ญี่ปุ่นปกคลุมไปด้วยหิมะ เหมาะสำหรับการเที่ยวชม เทศกาลหิมะซัปโปโร (Sapporo Snow Festival) ที่จัดแสดงประติมากรรมหิมะและน้ำแข็งขนาดยักษ์ พร้อมสนุกกับการเล่นสกีและสโนว์บอร์ดตามรีสอร์ตชื่อดังในฮอกไกโด ท่ามกลางบรรยากาศฤดูหนาวที่สวยงามและโรแมนติก

3.เดือนมีนาคม ( March ) – ประเทศเกาหลีใต้ ( Korea )
เดือนมีนาคมเป็นช่วงเริ่มต้นฤดูใบไม้ผลิของเกาหลีใต้ อากาศเย็นสบายและดอกไม้เริ่มผลิบาน เหมาะกับการชมซากุระในสถานที่ยอดนิยม เช่น ทะเลสาบซอกชน (Seokchon Lake), สวนสาธารณะยออีโด (Yeouido Park) ในกรุงโซล และ เมืองจินแฮ (Jinhae) ซึ่งเป็นสถานที่จัดเทศกาลซากุระที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ บรรยากาศเต็มไปด้วยสีชมพูสวยงาม เหมาะสำหรับการถ่ายรูปและพักผ่อน

4.เดือนเมษายน ( April ) – ประเทศเกาหลีใต้ ( Korea )
เดือนเมษายนเป็นช่วงที่ดอกซากุระบานสะพรั่งทั่วประเทศ ถือเป็นช่วงเวลาที่สวยงามและได้รับความนิยมมากที่สุดในการท่องเที่ยวญี่ปุ่น เหมาะสำหรับการชมซากุระตามสถานที่ชื่อดัง เช่น สวนอุเอโนะ (Ueno Park) และ แม่น้ำเมกุโระ (Meguro River) ในกรุงโตเกียว, สวนมารุยามะ (Maruyama Park) เมืองเกียวโต และ ปราสาทฮิเมจิ (Himeji Castle) ที่มีฉากหลังเป็นซากุระบานงดงามราวกับภาพวาด

5.เดือนพฤษภาคม ( May ) – ประเทศตุรกี ( Türkiye )
เดือนพฤษภาคมเป็นช่วงที่อากาศเย็นสบาย ท้องฟ้าแจ่มใส เหมาะที่สุดสำหรับการชมบอลลูนลมร้อนเหนือ คัปปาโดเกีย (Cappadocia) ที่มีภูมิประเทศหินรูปทรงแปลกตาเป็นเอกลักษณ์ นอกจากนี้ยังสามารถเที่ยว พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งเกอเรเม (Göreme Open-Air Museum), หุบเขาเลิฟวัลเลย์ (Love Valley) และ ปราสาทอูชิซาร์ (Uçhisar Castle) เพื่อสัมผัสเสน่ห์ของดินแดนมหัศจรรย์แห่งตุรกี

6.เดือนมิถุนายน ( June ) – ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ( Switzerland )
เดือนมิถุนายนเป็นช่วงต้นฤดูร้อนที่สวิตเซอร์แลนด์ อากาศเย็นสบาย ทุ่งหญ้าเขียวขจีและดอกไม้อัลไพน์เริ่มผลิบาน ท่ามกลางวิวเทือกเขาแอลป์อันงดงาม เหมาะสำหรับการเที่ยวชม ยอดเขาจุงเฟรา (Jungfraujoch), เมืองอินเทอร์ลาเคน (Interlaken), เมืองเซอร์แมท (Zermatt) พร้อมชมยอดเขาแมทเทอร์ฮอร์น และล่องเรือชมความงามของ ทะเลสาบลูเซิร์น (Lake Lucerne)

7.เดือนกรกฎาคม ( July ) – ประเทศฝรั่งเศส ( France )
เดือนกรกฎาคมเป็นช่วงที่ทุ่งลาเวนเดอร์ในแคว้น โพรวองซ์ (Provence) บานสะพรั่งเต็มที่ แต่งแต้มท้องทุ่งด้วยสีม่วงสวยงามสุดสายตา พร้อมกลิ่นหอมอ่อน ๆ ที่เป็นเอกลักษณ์ เหมาะสำหรับการเที่ยวชม ทุ่งลาเวนเดอร์วาล็องโซล (Valensole Plateau), หมู่บ้านกอร์ด (Gordes) และ อารามแซนองก์ (Abbaye de Sénanque) ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดถ่ายภาพลาเวนเดอร์ที่สวยที่สุดของฝรั่งเศส

8.เดือนสิงหาคม ( August ) – ประเทศนิวซีแลนด์ ( New Zealand )
เดือนสิงหาคมเป็นช่วงฤดูหนาวของนิวซีแลนด์ อากาศหนาวเย็นและภูเขาหลายแห่งปกคลุมด้วยหิมะขาวโพลน เหมาะสำหรับการเล่นสกี ชมวิวธรรมชาติ และสัมผัสบรรยากาศอันเงียบสงบ สามารถเที่ยว ควีนส์ทาวน์ (Queenstown) เมืองแห่งการผจญภัย, อุทยานแห่งชาติเมาท์คุก (Aoraki / Mount Cook National Park) และ ทะเลสาบเทคาโป (Lake Tekapo) ที่ขึ้นชื่อเรื่องวิวภูเขาหิมะและท้องฟ้ายามค่ำคืนอันงดงาม

9.เดือนกันยายน ( September ) – ประเทศจีน ( China )
เดือนกันยายนเป็นช่วงต้นฤดูใบไม้ร่วงของจีน อากาศเย็นสบาย เหมาะสำหรับการท่องเที่ยวเมืองโบราณและอุทยานธรรมชาติที่มีทิวทัศน์งดงาม สามารถเยี่ยมชม เมืองโบราณลี่เจียง (Lijiang Old Town), เมืองโบราณเฟิ่งหวง (Fenghuang Ancient Town), อุทยานแห่งชาติจิ่วจ้ายโกว (Jiuzhaigou National Park) และ อุทยานแห่งชาติจางเจียเจี้ย (Zhangjiajie National Forest Park) ที่โดดเด่นด้วยภูเขาหินทรายและธรรมชาติอันน่าตื่นตาตื่นใจ

10.เดือนตุลาคม ( October ) – ประเทศแคนนาดา ( Canada )
เดือนตุลาคมเป็นช่วงที่ใบไม้เปลี่ยนสีสวยที่สุดของแคนาดา ป่าไม้และภูเขาถูกแต่งแต้มด้วยสีแดง ส้ม และเหลือง สร้างทิวทัศน์อันงดงาม เหมาะสำหรับการเที่ยวชม อุทยานแห่งชาติอัลกอนควิน (Algonquin Provincial Park), อุทยานแห่งชาติแบนฟ์ (Banff National Park), ทะเลสาบหลุยส์ (Lake Louise) และ เส้นทางคาบอต (Cabot Trail) ซึ่งเป็นจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่มีชื่อเสียงระดับโลก

11.เดือนพฤศจิกายน ( November ) – ประเทศเยอรมนี ( Germany )
เดือนพฤศจิกายนเป็นช่วงที่หลายเมืองในเยอรมนีเริ่มเปิด ตลาดคริสต์มาส (Christmas Market) ต้อนรับเทศกาลแห่งความสุข บรรยากาศเต็มไปด้วยแสงไฟ การตกแต่งสุดอบอุ่น และร้านขายของพื้นเมือง เหมาะสำหรับการเที่ยวชม นูเรมเบิร์ก (Nuremberg), มิวนิก (Munich), โคโลญ (Cologne) และ เดรสเดน (Dresden) ซึ่งมีตลาดคริสต์มาสเก่าแก่และสวยงามที่สุดของประเทศ

12.เดือนธันวาคม ( December ) – ประเทศออสเตรีย ( Austria )
เดือนธันวาคมเป็นช่วงที่ออสเตรียอบอวลไปด้วยบรรยากาศแห่งเทศกาลคริสต์มาส เมืองต่าง ๆ ประดับประดาด้วยแสงไฟและตลาดคริสต์มาสสุดคลาสสิก ท่ามกลางหิมะสีขาวสุดโรแมนติก แนะนำเที่ยว หมู่บ้านฮัลล์สตัทท์ (Hallstatt), พระราชวังเชินบรุนน์ (Schönbrunn Palace) และ ตลาดคริสต์มาสกรุงเวียนนา (Vienna Christmas Market) เพื่อสัมผัสเสน่ห์ของฤดูหนาวในยุโรปอย่างเต็มอิ่ม

การเลือกบัตรเครดิตสำหรับใช้ในต่างประเทศ ไม่ได้ดูแค่เรื่องรูดผ่านเท่านั้น แต่ควรพิจารณาค่าธรรมเนียมการแปลงสกุลเงิน สิทธิประโยชน์ คะแนนสะสม เครดิตเงินคืน และประกันการเดินทาง หากเลือกบัตรให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ จะช่วยให้เที่ยวได้คุ้มและประหยัดมากขึ้น
1.บัตรเครดิตสายสะสมไมล์ เหมาะสำหรับผู้ที่เดินทางต่างประเทศบ่อย เพราะทุกยอดใช้จ่ายสามารถสะสมไมล์เพื่อแลกตั๋วเครื่องบินหรืออัปเกรดที่นั่งได้ อีกทั้งหลายบัตรยังมาพร้อมสิทธิ์เข้าเลานจ์สนามบินและประกันการเดินทาง
เหมาะกับ: นักเดินทางประจำ หรือผู้ที่บินต่างประเทศหลายครั้งต่อปี
2.บัตรเครดิตเครดิตเงินคืน (Cashback) ทุกยอดใช้จ่ายในต่างประเทศมีโอกาสได้รับเครดิตเงินคืน ช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย เหมาะกับคนที่ชอบเห็นผลตอบแทนกลับมาเป็นเงินโดยตรง
เหมาะกับ: นักช้อปและผู้ที่ใช้จ่ายผ่านบัตรเป็นประจำ
3.บัตรเครดิตไม่มีค่าธรรมเนียมรายปี เหมาะสำหรับผู้ที่เดินทางปีละ 1–2 ครั้ง ใช้งานง่าย ไม่ต้องกังวลเรื่องค่าธรรมเนียมรายปี และยังได้รับสิทธิประโยชน์พื้นฐานครบถ้วน
เหมาะกับ: นักท่องเที่ยวทั่วไป
4.บัตรเครดิตที่มีประกันการเดินทาง หลายบัตรให้ความคุ้มครองเมื่อชำระค่าตั๋วเครื่องบินผ่านบัตร เช่น คุ้มครองอุบัติเหตุ กระเป๋าเดินทางล่าช้า หรือเที่ยวบินล่าช้า ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการซื้อประกันเพิ่มเติม
เหมาะกับ: ผู้ที่เดินทางต่างประเทศเป็นประจำ
5.บัตรเครดิตที่มีโปรโมชันต่างประเทศ บางธนาคารมีส่วนลดร้านอาหาร โรงแรม ห้างสรรพสินค้า และ Duty Free รวมถึงโปรโมชันร่วมกับสายการบินและแพลตฟอร์มจองที่พัก ทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากขึ้น
เหมาะกับ: สายกิน สายช้อป และนักท่องเที่ยวที่ชอบใช้สิทธิพิเศษ
เคล็ดลับก่อนใช้บัตรเครดิตต่างประเทศ
- เลือกชำระเป็น สกุลเงินท้องถิ่น (Local Currency) ทุกครั้ง
- ตรวจสอบค่าธรรมเนียมการใช้จ่ายต่างประเทศของบัตร
- พกบัตรสำรองอย่างน้อย 2 ใบ
- เปิดแจ้งเตือนการใช้จ่ายผ่านแอปธนาคาร
ไม่มีบัตรเครดิตใบไหนที่เหมาะกับทุกคน หากเดินทางต่างประเทศบ่อย บัตรสะสมไมล์ จะคุ้มที่สุด แต่หากเน้นช้อปปิ้ง บัตร Cashback จะช่วยประหยัดได้มากกว่า สิ่งสำคัญคือเลือกบัตรที่ตรงกับพฤติกรรมการใช้จ่าย พร้อมตรวจสอบค่าธรรมเนียมและสิทธิประโยชน์ก่อนเดินทางทุกครั้ง.

อาหารเกาหลีแต่ละเมนูล้วนมีเรื่องราวและเอกลักษณ์เฉพาะตัว ตั้งแต่อาหารประจำวันไปจนถึงเมนูที่เสิร์ฟในโอกาสพิเศษ หากอยากสัมผัสรสชาติแบบต้นตำรับ นี่คือ 10 เมนูที่ไม่ควรพลาดเมื่อไปเกาหลีใต้
1.บิบิมบับ (Bibimbap)

เป็นเมนูข้าวคลุกสไตล์เกาหลีที่เสิร์ฟพร้อมผักหลากชนิด เนื้อสัตว์ ไข่ และซอสโคชูจังรสเข้มข้น ก่อนรับประทานต้องคลุกส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากัน จึงจะได้รสชาติที่กลมกล่อมและลงตัว เมนูนี้ถือเป็นหนึ่งในเมนูยอดนิยมที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาดเมื่อมาเยือนประเทศเกาหลีใต้
2.ซัมกยอบซัล (Samgyeopsal)

เมนูหมูสามชั้นย่างยอดนิยมของเกาหลี โดยนำหมูสดมาย่างบนเตาร้อนจนหอมกรุ่น แล้วรับประทานคู่กับผักสด กระเทียม พริก และน้ำจิ้มซัมจัง สามารถห่อเป็นคำด้วยผักกาดหอมเพื่อเพิ่มรสชาติและความอร่อย เป็นเมนูที่ชาวเกาหลีนิยมรับประทานร่วมกันในโอกาสสังสรรค์
3.ซัมกเยทัง (Samgyetang)

ไก่ตุ๋นโสมชื่อดังของเกาหลี ใช้ไก่ทั้งตัวสอดไส้ข้าวเหนียว โสม พุทราแดง และกระเทียม แล้วตุ๋นจนเนื้อนุ่มและน้ำซุปหอมหวาน นิยมรับประทานเพื่อบำรุงร่างกาย โดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อนตามความเชื่อว่าจะช่วยเติมพลังและคลายความอ่อนล้า
4.จับแช (Japchae)

วุ้นเส้นมันเทศผัดสไตล์เกาหลี ผัดรวมกับเนื้อสัตว์ เห็ด และผักหลากชนิด ปรุงรสด้วยซีอิ๊วและน้ำมันงา ให้รสชาติหวานเค็มกลมกล่อม เส้นเหนียวนุ่ม นิยมรับประทานในงานเฉลิมฉลองและเทศกาลสำคัญของชาวเกาหลี
5.ซุนดูบูจิเก (Sundubu-jjigae)

ซุปเต้าหู้อ่อนสไตล์เกาหลีที่มีรสชาติเผ็ดร้อนจากโคชูการูและโคชูจัง มักใส่อาหารทะเล หมู หรือเนื้อ พร้อมไข่สด เสิร์ฟในหม้อหินร้อนที่ยังเดือดปุด ๆ ให้รสชาติกลมกล่อมและช่วยเพิ่มความอบอุ่น เหมาะสำหรับรับประทานในวันที่อากาศเย็น
6.แนงมยอน (Naengmyeon)

บะหมี่เย็นต้นตำรับของเกาหลี เสิร์ฟพร้อมน้ำซุปเย็นจัดหรือซอสเผ็ดคลุกเคล้า นิยมใส่ไข่ต้ม แตงกวา ลูกแพร์เกาหลี และเนื้อวัวหั่นบาง ให้รสชาติสดชื่นและกลมกล่อม จึงเป็นเมนูยอดนิยมสำหรับรับประทานในช่วงฤดูร้อน
7.ทัคคาลบี (Dakgalbi)

เมนูไก่ผัดซอสโคชูจังรสเผ็ดหวาน นำไก่หมักมาผัดกับกะหล่ำปลี มันเทศ ต้นหอม และแป้งต๊อกบนกระทะร้อน รสชาติเข้มข้น หอมเครื่องเทศ นิยมรับประทานร่วมกันเป็นกลุ่ม และหลายร้านยังสามารถผัดข้าวต่อในกระทะหลังทานเสร็จได้อีกด้วย
8.บุลโกกิ (Bulgogi)

เนื้อวัวหมักซอสสไตล์เกาหลีที่มีรสหวานกลมกล่อมจากซีอิ๊ว น้ำตาล ลูกแพร์ และเครื่องปรุงต่าง ๆ ก่อนนำไปย่างหรือผัดจนหอม เนื้อนุ่มชุ่มฉ่ำ รับประทานคู่กับข้าวสวยหรือห่อผักสด ถือเป็นหนึ่งในเมนูขึ้นชื่อที่ได้รับความนิยมทั้งในเกาหลีและทั่วโลก
9.กัลบี (Galbi)

เป็นเมนูซี่โครงหมูหรือซี่โครงวัวหมักซอสสูตรเกาหลีที่ผสมซีอิ๊ว กระเทียม น้ำตาล และผลไม้ ก่อนนำไปย่างบนเตาจนหอม เนื้อนุ่มชุ่มฉ่ำ นิยมรับประทานคู่กับผักสด กิมจิ และน้ำจิ้มซัมจัง ถือเป็นอีกหนึ่งเมนูปิ้งย่างยอดนิยมที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาเยือนเกาหลี
10.คัลกุกซู (Kalguksu)

เป็นเมนูบะหมี่เส้นสดที่ตัดด้วยมือ เสิร์ฟในน้ำซุปร้อนที่เคี่ยวจากไก่ ปลาแอนโชวี หรือหอย ให้รสชาติกลมกล่อมและหอมละมุน มักรับประทานคู่กับกิมจิ ถือเป็นอาหารพื้นบ้านยอดนิยมที่ช่วยสร้างความอบอุ่น โดยเฉพาะในช่วงอากาศหนาว















