เวลาทำการ
จันทร์ - ศุกร์ 08.30 น. - 17.30 น.
เบอร์โทรติดต่อ
ค้นหาโปรแกรมทัวร์

โปรไฟไหม้

No data was found

ทัวร์แนะนำ

No data was found

ทัวร์ยอดนิยม

No data was found

บทความท่องเที่ยว

อาหารเกาหลีต้นตำหรับ ที่ต้องลองเมื่อไปเกาหลี

อาหารเกาหลีแต่ละเมนูล้วนมีเรื่องราวและเอกลักษณ์เฉพาะตัว ตั้งแต่อาหารประจำวันไปจนถึงเมนูที่เสิร์ฟในโอกาสพิเศษ หากอยากสัมผัสรสชาติแบบต้นตำรับ นี่คือ 10 เมนูที่ไม่ควรพลาดเมื่อไปเกาหลีใต้

1.บิบิมบับ (Bibimbap)

เป็นเมนูข้าวคลุกสไตล์เกาหลีที่เสิร์ฟพร้อมผักหลากชนิด เนื้อสัตว์ ไข่ และซอสโคชูจังรสเข้มข้น ก่อนรับประทานต้องคลุกส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากัน จึงจะได้รสชาติที่กลมกล่อมและลงตัว เมนูนี้ถือเป็นหนึ่งในเมนูยอดนิยมที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาดเมื่อมาเยือนประเทศเกาหลีใต้

2.ซัมกยอบซัล (Samgyeopsal)

เมนูหมูสามชั้นย่างยอดนิยมของเกาหลี โดยนำหมูสดมาย่างบนเตาร้อนจนหอมกรุ่น แล้วรับประทานคู่กับผักสด กระเทียม พริก และน้ำจิ้มซัมจัง สามารถห่อเป็นคำด้วยผักกาดหอมเพื่อเพิ่มรสชาติและความอร่อย เป็นเมนูที่ชาวเกาหลีนิยมรับประทานร่วมกันในโอกาสสังสรรค์

3.ซัมกเยทัง (Samgyetang)

ไก่ตุ๋นโสมชื่อดังของเกาหลี ใช้ไก่ทั้งตัวสอดไส้ข้าวเหนียว โสม พุทราแดง และกระเทียม แล้วตุ๋นจนเนื้อนุ่มและน้ำซุปหอมหวาน นิยมรับประทานเพื่อบำรุงร่างกาย โดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อนตามความเชื่อว่าจะช่วยเติมพลังและคลายความอ่อนล้า

4.จับแช (Japchae)

วุ้นเส้นมันเทศผัดสไตล์เกาหลี ผัดรวมกับเนื้อสัตว์ เห็ด และผักหลากชนิด ปรุงรสด้วยซีอิ๊วและน้ำมันงา ให้รสชาติหวานเค็มกลมกล่อม เส้นเหนียวนุ่ม นิยมรับประทานในงานเฉลิมฉลองและเทศกาลสำคัญของชาวเกาหลี

5.ซุนดูบูจิเก (Sundubu-jjigae)

ซุปเต้าหู้อ่อนสไตล์เกาหลีที่มีรสชาติเผ็ดร้อนจากโคชูการูและโคชูจัง มักใส่อาหารทะเล หมู หรือเนื้อ พร้อมไข่สด เสิร์ฟในหม้อหินร้อนที่ยังเดือดปุด ๆ ให้รสชาติกลมกล่อมและช่วยเพิ่มความอบอุ่น เหมาะสำหรับรับประทานในวันที่อากาศเย็น

6.แนงมยอน (Naengmyeon)

บะหมี่เย็นต้นตำรับของเกาหลี เสิร์ฟพร้อมน้ำซุปเย็นจัดหรือซอสเผ็ดคลุกเคล้า นิยมใส่ไข่ต้ม แตงกวา ลูกแพร์เกาหลี และเนื้อวัวหั่นบาง ให้รสชาติสดชื่นและกลมกล่อม จึงเป็นเมนูยอดนิยมสำหรับรับประทานในช่วงฤดูร้อน

7.ทัคคาลบี (Dakgalbi)

เมนูไก่ผัดซอสโคชูจังรสเผ็ดหวาน นำไก่หมักมาผัดกับกะหล่ำปลี มันเทศ ต้นหอม และแป้งต๊อกบนกระทะร้อน รสชาติเข้มข้น หอมเครื่องเทศ นิยมรับประทานร่วมกันเป็นกลุ่ม และหลายร้านยังสามารถผัดข้าวต่อในกระทะหลังทานเสร็จได้อีกด้วย

8.บุลโกกิ (Bulgogi)

เนื้อวัวหมักซอสสไตล์เกาหลีที่มีรสหวานกลมกล่อมจากซีอิ๊ว น้ำตาล ลูกแพร์ และเครื่องปรุงต่าง ๆ ก่อนนำไปย่างหรือผัดจนหอม เนื้อนุ่มชุ่มฉ่ำ รับประทานคู่กับข้าวสวยหรือห่อผักสด ถือเป็นหนึ่งในเมนูขึ้นชื่อที่ได้รับความนิยมทั้งในเกาหลีและทั่วโลก

9.กัลบี (Galbi)

เป็นเมนูซี่โครงหมูหรือซี่โครงวัวหมักซอสสูตรเกาหลีที่ผสมซีอิ๊ว กระเทียม น้ำตาล และผลไม้ ก่อนนำไปย่างบนเตาจนหอม เนื้อนุ่มชุ่มฉ่ำ นิยมรับประทานคู่กับผักสด กิมจิ และน้ำจิ้มซัมจัง ถือเป็นอีกหนึ่งเมนูปิ้งย่างยอดนิยมที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาเยือนเกาหลี

10.คัลกุกซู (Kalguksu)

เป็นเมนูบะหมี่เส้นสดที่ตัดด้วยมือ เสิร์ฟในน้ำซุปร้อนที่เคี่ยวจากไก่ ปลาแอนโชวี หรือหอย ให้รสชาติกลมกล่อมและหอมละมุน มักรับประทานคู่กับกิมจิ ถือเป็นอาหารพื้นบ้านยอดนิยมที่ช่วยสร้างความอบอุ่น โดยเฉพาะในช่วงอากาศหนาว

10 เมืองโบราณจีน ที่เหมือนย้อนเวลา

ประเทศจีนเต็มไปด้วยเมืองโบราณที่ยังคงเสน่ห์และกลิ่นอายแห่งอดีตไว้ได้อย่างงดงาม แต่ละแห่งมีสถาปัตยกรรม วัฒนธรรม และเรื่องราวที่แตกต่างกัน ราวกับได้ย้อนเวลากลับไปในอดีต วันนี้เราขอพาไปรู้จักกับ 10 เมืองโบราณของจีนที่เหมือนหลุดย้อนเวลา แต่ละแห่งมีเอกลักษณ์และความงดงามที่แตกต่างกัน รับรองว่าต้องตกหลุมรักตั้งแต่ก้าวแรกที่ได้ไปเยือน

1.เมืองลี่เจียง (Lijiang)

เมืองโบราณชื่อดังในมณฑลยูนนาน เต็มไปด้วยบ้านไม้โบราณ ลำธารเล็ก ๆ และบรรยากาศสุดโรแมนติกยามค่ำคืน

2.เมืองโบราณเฟิ่งหวง (Fenghuang)

เมืองโบราณริมน้ำที่ได้ฉายาว่า “เมืองหงส์ฟ้า” โดดเด่นด้วยบ้านไม้ริมแม่น้ำและสะพานหินโบราณสุดคลาสสิก

3.เมืองโบราณผิงเหยา (Pingyao)

เมืองโบราณที่ยังคงกำแพงเมืองจีนยุคโบราณไว้อย่างสมบูรณ์ ให้บรรยากาศเหมือนย้อนกลับไปในสมัยราชวงศ์หมิง

4.เมืองโบราณต้าหลี่ (Dali)

เมืองเก่าท่ามกลางภูเขาและทะเลสาบเอ๋อร์ไห่ เต็มไปด้วยกลิ่นอายวัฒนธรรมชนเผ่าไป๋และวิวธรรมชาติสุดสวย

5.เมืองโบราณอูเจิ้น (Wuzhen)

เมืองโบราณสายน้ำชื่อดัง บ้านไม้โบราณเรียงรายริมคลอง บรรยากาศยามค่ำคืนสวยเหมือนในซีรีส์จีน

6.เมืองโจวจวง (Zhouzhuang)

หนึ่งในเมืองน้ำที่เก่าแก่ที่สุดของจีน มีสะพานหินและคลองสายเล็ก ๆ จนได้รับฉายา “เวนิสแห่งจีน”

7.เมืองแชงกรีล่า (Shangri-La)

เมืองบนที่ราบสูงในยูนนาน เต็มไปด้วยวัฒนธรรมทิเบต วัดเก่า และวิวภูเขาที่งดงามราวเทพนิยาย

8.เมืองถงหลี่ (Tongli)

เมืองน้ำโบราณเงียบสงบ โดดเด่นด้วยบ้านเก่าแก่และสะพานหินสไตล์จีนดั้งเดิม

9.เมืองโบราณซีถัง (Xitang)

เมืองโบราณริมคลองที่มีทางเดินหลังคาคลุมยาวสุดเอกลักษณ์ ให้บรรยากาศโรแมนติกและคลาสสิกมาก

10.เมืองโบราณหนานซุน (Nanxun)

เมืองน้ำโบราณที่ผสมผสานสถาปัตยกรรมจีนและยุโรปเข้าด้วยกันอย่างลงตัว เงียบสงบและมีเสน่ห์ไม่เหมือนใคร

4 ยุโรปที่สวยเหมือนหลุดออกมาจากนิยาย

1.ฮัลล์สตัทท์ ( Hallstatt ) ประเทศออสเตรีย

หมู่บ้านฮัลล์สตัทท์ ตั้งอยู่ในเมือง Salzkammergut ประเทศออสเตรีย เป็นหนึ่งในหมู่บ้านริมทะเลสาบสวยที่สุดในโลก ขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในสถานที่พักตากอากาศที่ดีที่สุดในออสเตรีย ด้วยภูมิประเทศที่ล้อมรอบด้วยภูเขาและทะเลสาบทำให้ภาพเหล่านั้นกลายเป็นโปสการ์ดยอดนิยมที่พร้อมจะส่งต่อความสวยงามไปทั่วโลก นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมรองรับนักท่องเที่ยวมากมาย ไม่ว่าจะเป็น การปีนเขา, ล่องเรือในทะเลสาบ, ปั่นจักยานน้ำ, เยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ หรือการเดินถ่ายถาพเที่ยวชมวิถีชิวิตของคนในหมู่บ้าน

2.กอลมาร์ ( Colmar ) ประเทศฝรั่งเศส

เมืองกอลมาร์ เป็นเมืองเล็กที่ตั้งอยู่ในแคว้นแกรนด์เอสต์ (Grand Est) หรือแคว้นอัลซาส (Alsace) ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศฝรั่งเศส ใกล้พรมแดนเยอรมนี เมืองนี้มีความสำคัญทั้งด้านประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรม และการท่องเที่ยว ด้วยเสน่ห์ของบ้านไม้สีสันสดใสที่เรียงรายตามคลอง และถนนหินที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายยุโรปยุคกลาง จึงได้รับฉายาว่า “เมืองในเทพนิยาย” หรือ “ลิตเติลเวนิสแห่งอัลซาส”

3.โรเธนเบิร์ก ออบ เดียร์ เทาเบอร์ ( Rothenburg ob der Tauber ) ประเทศเยอรมัน

เป็นเมืองยุคกลางในแคว้นบาวาเรีย ประเทศเยอรมนี ที่ยังคงรักษากำแพงเมือง หอคอย และอาคารโบราณไว้ได้อย่างสมบูรณ์ จนได้รับการขนานนามว่าเป็น “เมืองเทพนิยายแห่งเยอรมนี” ด้วยบรรยากาศอันแสนโรแมนติกและสถาปัตยกรรมที่สวยงามราวกับหลุดออกมาจากนิยาย ทำให้ที่นี่เป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก

4.เช็กกี้ครุมโลฟ ( Cesky Krumlov ) ประเทศเช็ก

เมืองมรดกโลกทางตอนใต้ของสาธารณรัฐเช็ก โดดเด่นด้วยปราสาทเก่าแก่ที่ตั้งอยู่เหนือแม่น้ำวัลตาวา ท่ามกลางบ้านเรือนหลังคาสีส้มและสถาปัตยกรรมยุคกลางอันงดงาม บรรยากาศโรแมนติกและเสน่ห์ของเมืองทำให้ที่นี่ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในเมืองเทพนิยายที่สวยที่สุดของยุโรป

ถนนช้อปปิ้งโตเกียวที่ดังที่สุด

TOKYO เป็นหนึ่งในเมืองที่ขึ้นชื่อเรื่อวการช้อปปิ้งมากที่สุดในโลก ไม่ว่าจะเป็นแฟชั่นวัยรุ่น แบรนด์หรู ของฝาก หรือสตรีทฟู้ดก็มีครบ นักท่องเที่ยวที่มาเยือนญี่ปุ่นมักไม่พลาดการเดินเล่นตามถนนช้อปปิ้งชื่อดังที่เต็มไปด้วยร้านค้า คาเฟ่ และบรรยากาศคึกคักตลอดทั้งวัน ถนนช้อปปิ้งที่ไม่ควรพลาด คือ

1. TAKESHITA STREET : ถนนแฟชั่นวัยรุ่นชื่ดัง ถนนสายเล็กในย่าน HARAJUKU ที่เต็มไปด้วยร้านเสื้อผ้าแฟชั่นสไตล์ญี่ปุ่น ร้านของน่ารัก ๆ และขนมยอดฮิตอย่างเครปญี่ปุ่น เป็นจุดรวมตัวของวัยรุ่นและสายถ่ายรูป

ที่มา : https://cotoacademy.com/takeshita-street/

2. GINZA : ย่านช้อปปิ้งสุดหรู ระดับไฮเอนด์ของโตเกียว เต็มไปด้วยแบรนด์เนมระดับโลก ห้างสรรพสินค้าหรู และร้านอาหารคุณภาพสูง เหมาะกับคนที่อยากสัมผัสบรรยากาศช้อปปิ้งแบบพรีเมียม

ที่มา : https://www.japan-experience.com/all-about-japan/tokyo/shopping-souvenirs/ginza-shopping

3. SHIBUYA CENTER-GAI : ถนนสุดคึกคักของวัยรุ่นตั้งอยู่ใกล้ SHIBUYA CROSSING เต็มไปด้วยร้านแฟชั่น ร้านอาหาร และร้านเกม เป็นย่านที่มีชีวิตชีวาทั้งกลางวันและกลางคืน

ที่มา : https://www.japan-insider.com/kanto/tokyo/shibuya-center-gai/

4. AMEYA – YOKOCHO : ตลาดของกินและของฝากยอดนิยม ตั้งอยู่ใกล้ UENO STATION เป็นตลาดที่มีร้านค้าหลากหลาย ทั้งเสื้อผ้า อาหารทะเล ขนม และของฝาก ที่ราคาค่อนข้างเป็นกันเองสุด ๆ

ที่มา : https://thegate12.com/spot/112

5. NAKAMISE STREET : ถนนของฝากแบบญี่ปุ่นดั้งเดิม ถนนเก่าแก่หน้าวัด SENSO-JI ในย่าน ASAKUSA เต็มไปด้วยร้านค้าขายของฝาก ขนมญี่ปุ่น และของที่ระลึกแบบดั้งเดิม

ที่มา : https://japantravel.navitime.com/en/area/jp/spot/02301-1300537/

หากมาเที่ยวโตเกียวและอยากช้อปปิ้งให้ครบทุกสไตล์ ไม่ว่าจะเป็นแฟชั่นวันรุ่น แบรนด์หรู หรือของฝากญี่ปุ่นดั้งเดิม ถือเป็นจุดหมายยอดนิยมที่สายช้อปไม่ควรพลาด

6 เกาะในเอเชียที่สวยเหมือนสวรรค์บนดิน

เอเชียมีเกาะระดับโลกหลายแห่งที่ขึ้นชื่อเรื่องน้ำทะเลสีฟ้าใส หาดทรายขาว และธรรมชาติที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์ เหมาะสำหรับการพักผ่อน ดำน้ำ หรือฮันนีมูน

1. BORACAY – PHILIPPINES : เกาะชื่อดังที่มีหาดทรายขาวละเอียดและนำทะเลสรฟ้าใส โดยเฉพาะ WHITE BEACH ที่สวยติดอันดับโลก เหมาะกับการพักผ่อน เล่นน้ำ และชมพระอาทิตย์ตก

ที่มา : https://www.kkday.com/th/blog/10007/things-to-do-in-boracay-philippines?srsltid=AfmBOop3w5haJQIn16jR4opOhvNmx2b-L_YBztLwyGMdSTYQ-DdlMTqY

2. BALI – INDONESIA : เกาะยอดนิยมที่มีทั้งทะเล วัฒนธรรม และธรรมชาติสวยงาม มีชายหาดสวย วัดฮินดูริมทะเล และคาเฟ่วิวทะเลที่โด่งดัง

ที่มา : https://www.anywhere.com/indonesia/regions/bali

3. PHU QUOC – VIETNAM : เกาะสวรรค์แห่งเวียดนามที่กำลังได้รับความนิยม น้ำทะเลใส หาดทรายขาว และรีสอร์ทหรูหลายแห่งเหมาะกับการพักผ่อนแบบชิว ๆ

ที่มา : https://theinvestor.vn/pearl-island-phu-quoc-named-most-affordable-tropical-destination-d10211.html

4. JEJU ISLAND – SOUTH KOREA : เกาะภูเขาไฟที่มีธรรมชาติสวยงามทั้งหน้าผา ริมทะเล น้ำตก และทุ่งดอกไม้ พร้อมบรรยากาศโรแมนติกที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวตลอดปี

ที่มา : https://www.travelanddestinations.com/unmissable-experiences-visiting-jeju-island/

5. LANGKAWI – MALAYSIA : หมู่เกาะที่ขึ้นชื่อเรื่องชายหาดสวย น้ำทะเลใส และธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ ไฮไลท์ คือ กระเช้าลอยฟ้าและสะพานลอยฟ้าเหนือภูเขา

ที่มา : https://www.traveloka.com/th-th/activities/malaysia/product/langkawi-skycab-cable-car-8543262614274

6. MALDIVES – MALDIVES : หนึ่งในจุดหมายปลายทางทะเลที่สวยที่สุดในโลกโดดเด่นด้วยวิลล่ากลางน้ำ น้ำทะเลสีฟ้าใส และแนวปะการังที่เหมาะกับการดำน้ำ

ที่มา : https://www.afar.com/travel-guides/maldives/guide

หากคุณต้องการท่องเที่ยวทะเล สถานที่ข้างต้นเป็นที่ที่เมื่อคุณได้ไปสัมผัสจะไม่รู้สึกผิดหวังแน่นอน

5 สถานที่ฮันนีมูน โรแมนติกที่เหมือนฝัน

ทวีปยุโรป เต็มไปด้วยเมืองสวยๆ บรรยากาศโรแมนติก และสถาปัตยกรรมคลาสสิก จึกเป็นจุดหมายยอดนิยมสำหรับคู่รักที่ต้องการทริปฮันนีมูนสุดพิเศษ

ที่มา : https://www.viviendodeviaje.com/paris-en-3-dias/

2. VENICE, ITALY เมืองแห่งสายน้ำที่มีคลองไหลผ่าน บ้านสีพาสเทลและสะพานโบราณทำให้เมืองนี้มีเสน่ห์ไม่เหมือนใคร ไฮไลท์ คือการนั่งเรือกอนโดลาล่องไปตามคลอง ผ่านจตุรัสสำคุญอย่าง ST MARK’S SQUARE ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดโรแมนติกที่สุดในยุโรป

ที่มา : https://jasondanielshaw.com/blog/is-venice-really-the-most-romantic-city-in-the-world

3. SAVTORINI, GREECE เกาะสีขาวฟ้าที่มีวิวทะเลอีเจียนสวยตระการตา บ้านสีขาวหลังคาสีฟ้ากลายเป็นภาพจำของเกาะแห่งนี้ จุดเด่นคือ พระอาทิตย์ตกที่เมือง OIA ซึ่งถือว่าสวยที่สุดแห่งหนึ่งในโลก ทำให้ที่นี่เป็นจุดหมายฮันนีมูนยอดนิยมของคู่รัก

ที่มา : https://www.ncl.com/in/en/travel-blog/things-to-do-santorini-greece-mediterranean-cruise

4. FLORENCE, ITALY เมืองศิลปะที่เป็นศูนย์กลางยุคเรเนซองส์ เต็มไปด้วยพิพิธภัณฑ์ โบสถ์ และสถาปัตยกรรมที่งดงาม ไฮไลท์สำคัญ คือ มหาวิหาร FLORENCE CATHEDRAL ที่โดดเด่นกลางเมือง

ที่มา : https://www.istockphoto.com/

5. VIENNA, AUSTRIA เมืองหลวงแห่งดนตรีคลาสสิก ที่เต็มไปด้วยพระราชวังและสถาปัตยกรรมสวยงาม บรรยากาศหรูหราและโรแมนติก คู่รักนิยมมาเดินเล่นตามสวนพระราชวังและชมความงามของ SCHONBRUNN PALACE

ที่มา : https://www.flytographer.com/blog/best-places-to-take-photos-vienna/

ถ้าคู่รักกำลังวางแผนฮันนีมูนใน EUROPE เมืองเหล่านี้ถือเป็นจุดหมายที่รวมทั้งความโรแมนติก ธรรมชาติ และวัฒนธรรมเอาไว้ครบ ทำให้ทริปฮันนีมูนเป็นความทรงจำที่พิเศษตลอดชีวิต

OUR CLIENTS

ดีไซน์ที่ยังไม่ได้ตั้งชื่อ
11
9
8
7
6
5
4
3
2
ดูเพิ่มเติม
จองผ่านไลน์
ติดต่อข่าวสารโปรโมชั่นทัวร์

@maxtravelgroup